สารจากประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
เรียน ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน
ผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ:
โทรีเซน ชิปปิ้ง ยังคงเดินหน้าสร้างผลกำไรควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก โดยในปี 2567 ได้ติดตั้ง Sealink NextGen บนเรือทั้ง 24 ลำ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างลูกเรือกับทีมสนับสนุนจากฝั่งสำนักงาน อีกทั้ง บริษัทยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมการเสริมทักษะด้านการปฏิบัติงานและการสื่อสารด้วยการฝึกอบรมที่เข้มข้น จากการผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมงาน ทำให้ โทรีเซน ชิปปิ้ง ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน
โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานรายได้ค่าระวางที่ 6,773.3 ล้านบาท และมีอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจที่ 14,467 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวัน ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราค่าระวางเรือซุปราแมกซ์สุทธิอยู่ร้อยละ 12 ในขณะที่อัตราการใช้ประโยชน์เรือยังคงสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 99.9 และสามารถทำอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดที่ 36,343 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อวัน โดยสรุป โทรีเซน ชิปปิ้ง รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 1,837.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากปี 2566 โดยเป็นเจ้าของเรือจำนวน 24 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ 22 ลำ และเรืออัลตราแมกซ์ 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 55,913 เดทเวทตัน และมีอายุเฉลี่ย 16.7 ปี
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง:
บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมด มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2567 มีมูลค่าสัญญารอส่งมอบสูงถึง 787.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยหนึ่งในโครงการสำคัญของเมอร์เมดคือ โครงการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลเหนือ ซึ่งได้รับสัญญางานวางสายเคเบิลและบริการวิศวกรรมใต้ทะเล สอดรับกับแนวโน้มโลกที่มุ่งสู่พลังงานทดแทน สัญญาเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพของเมอร์เมด ทั้งในด้านกองเรือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการมีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับลูกค้า
ในปี 2567 เมอร์เมดรายงานรายได้จำนวน 18,148.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 88 ซึ่งเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของทุกบริการ โดยเฉพาะงานรื้อถอน (Decommissioning) งานขนส่งและติดตั้ง (Transportation & Installation: T&I) ในส่วนของรายได้งานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้ง เติบโตขึ้นเป็นอย่างมากที่ร้อยละ 235 เนื่องจากงานนอกชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น รายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของงานที่ใช้เรือที่กลุ่มธุรกิจเป็นเจ้าของ เป็นผลมาจากอัตรารายได้รายวันและเรือเช่าระยะสั้นที่สูงขึ้นจากโครงการที่เพิ่มขึ้น โดยสรุป เมอร์เมดรายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 277.9 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 39 จากปี 2566 พร้อมทั้งมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบที่แข็งแกร่ง
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร:
บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA เติบโตขึ้นด้วยรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงศักยภาพของ PMTA ในการรักษาสัดส่วนกำไรและความสามารถในการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมเคมีเกษตรของเวียดนามได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของบริษัทที่ต้องการเดินหน้าพัฒนาและปรับตัวให้สอดรับกับโอกาสทางธุรกิจของโลกที่ผันผวนในอนาคต
PMTA มีรายได้ที่ 3,847.1 ล้านบาท มีปริมาณการขายปุ๋ยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 174.8 พันตัน สำหรับปริมาณการขายปุ๋ยในประเทศเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87 ของปริมาณการขายปุ๋ยทั้งหมด อยู่ที่ 151.2 พันตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เนื่องจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้ปุ๋ยในประเทศเวียดนาม จากราคาปุ๋ยที่ค่อนข้างคงที่ ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประเภทของปุ๋ย ปริมาณการขายปุ๋ยเชิงเดี่ยว (Single fertilizer) ลดลงร้อยละ 23 เป็น 32.1 พันตัน และปริมาณขายปุ๋ยเชิงผสม (NPK fertilizer) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เป็น 142.7 พันตัน ในส่วนของรายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่นๆ (Pesticides) อยู่ที่ 203.7 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 29 ในขณะที่ รายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เป็น 126.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายคลังสินค้า และกิจกรรมของคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตราการใช้ประโยชน์เต็มพื้นที่ โดยสรุป กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 103.2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 159 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน
กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:
พิซซ่า ฮัท ยกระดับความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ของไทย ด้วยการเปิดตัว Napoli Pizza พิซซ่าสไตล์อิตาเลียนแท้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้วยเมนูที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการขยายกลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อและโปรโมชันที่หลากหลาย เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด QSR ที่มีการแข่งขันสูง โดยยึดถือวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกสรรและเชื่อมั่น พิซซ่า ฮัท มีสาขาทั้งหมด 196 สาขาทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
ในปี 2567 ทาโก้ เบลล์ เร่งขยายธุรกิจสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาภูเก็ตเมื่อปีที่ผ่านมา ในปี 2567 บริษัทได้ขยายสาขาเพิ่มเติมซึ่งเป็นสาขาที่ 3 ในพัทยา พร้อมเปิดอีก 2 สาขาใหม่ในเชียงใหม่ การได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการขยายฐานผู้บริโภคและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR) อย่างมั่นคง ทาโก้ เบลล์ มีสาขาทั้งหมด 33 สาขาทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
TTA ให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับทิศทางของโลกและมีศักยภาพในการเติบโตสูง TTA มุ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยคัดสรรธุรกิจที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างผลกำไรได้ดี เช่น ธุรกิจพลังงานชีวมวล ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจฟินเทค เป็นต้น
ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเติบโตระยะยาวและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ TTA มั่นใจว่าการลงทุนของ TTA จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และเสริมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพันธมิตร นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
การกำกับดูแลกิจการที่ดี:
TTA ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว ในด้านการกำกับดูแลกิจการ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตามผลการประเมินของโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies หรือ CGR) ประจำปี 2567 ซึ่งดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายในปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของทุกท่านคือรากฐานสำคัญของความสำเร็จขององค์กร
ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจ TTA มาโดยตลอด เรามุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าค้นหาและสร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต บนพื้นฐานของการยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
ประธานกรรมการ
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร