การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

จากการประเมินสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก กลุ่มบริษัทตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ จึงได้กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงความมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร และจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

นโยบายสิ่งแวดล้อม

TTA ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการบูรณาการการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการประกอบธุรกิจ เพื่อส่งเสริมกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมขึ้น ทั้งนี้ กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและครอบคลุมประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กรที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ (https://www.thoresen.com/th/corporate-governance/corporate-policy-documents) TTA ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการบูรณาการการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการประกอบธุรกิจ เพื่อส่งเสริมกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมขึ้น ทั้งนี้ กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและครอบคลุมประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กรที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ

Environmental Policy

ในปี 2568 บริษัทฯ จัดอบรมนโยบายสิ่งแวดล้อมให้กับกรรมการและผู้บริหารในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และพนักงานในวันที่ 12 มกราคม 2569 เพื่อรับทราบและปฏิบัติตาม โดยมีผู้เข้าร่วมคิดเป็นร้อยละ 100 100 และ 100 ตามลำดับ และมีการเผยแพร่ผ่านระบบ Portal และเว็บไซต์ของบริษัทฯ

ความหลากหลายทางชีวภาพ

ในปีนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพมากยิ่งขึ้น จากการประเมินแนวโน้มความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมและผลกระทบเชิงระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ภายใต้บริบทด้านความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้นทั้งในระดับประเทศและระดับสากล บริษัทฯ ตระหนักว่าการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างความสมดุลของธรรมชาติ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความยั่งยืนของห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายด้านการจัดการ ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน โดยกำหนดแนวทางในการป้องกันและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในทุกขั้นตอนของธุรกิจ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการปกป้องระบบนิเวศ สนับสนุนความสมดุลของสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมในระยะยาว

แนวทางบริหารจัดการและผลการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพความหลากหลายทางชีวภาพ

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

TTA Happiness Enrichment on Tour Project

Environmental Policy

กิจกรรมจิตอาสาปล่อยปูเพื่อฟื้นฟู ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับกิจกรรมเก็บขยะชายฝั่ง ณ บริเวณประภาคารแหลมบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารทางทะเลและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยกิจกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยลดแรงกดดันต่อระบบนิเวศชายฝั่ง และส่งเสริมการฟื้นตัวของความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล รวมมูลค่าการสนับสนุนทั้งสิ้น 18,740 บาท

Environmental Policy

กิจกรรมยิงเมล็ดพันธุ์พืช ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟู ระบบนิเวศป่าไม้และความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืช ซึ่งเป็นฐานสำคัญของถิ่นที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าในพื้นที่ ควบคู่กับการบริจาคเงินสมทบกองทุนอุปถัมภ์สัตว์ป่า จำนวน 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่าและระบบนิเวศในระยะยาว

Environmental Policy

กิจกรรมจัดทำโป่งเทียมเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการเพิ่มแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่สัตว์ป่าจะออกนอกพื้นที่คุ้มครอง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อาทิ เสื้อชูชีพ และอุปกรณ์สำหรับการดูแลพื้นที่ป่า รวมถึงเงินบริจาคจำนวน 2,000 บาท รวมมูลค่าการสนับสนุนทั้งสิ้น 15,040 บาท แก่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดูแล ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ป่า

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (3-3)

SDGs8

มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานโดยรวมของกลุ่มบริษัทและ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการใช้พลังงานและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศต่างๆ

ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (3-3)

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการในการใช้ทรัพยากรและพลังงานสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ปัญหาสภาพอากาศก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างจริงจัง ผ่านการเข้าร่วมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และการลงนามใน Paris Agreement เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความท้าทายด้านการจัดการพลังงาน รวมถึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของพลังงานที่มีจำกัดและการใช้พลังงานนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนในการดำเนินธุรกิจขององค์กร

ดังนั้น การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย TTA จึงได้นำแนวปฏิบัติด้านการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างยั่งยืนมาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสิ่งแวดล้อม และกำหนดให้แผนกธุรการและแผนกทรัพยากรมนุษย์รับผิดชอบบริหารจัดการพลังงานภายในอาคารสำนักงานใหญ่ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรมุ่งสู่การเป็นบริษัทพลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตอบสนองต่อเป้าหมายความยั่งยืนของ TTA และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

แนวทางบริหารจัดการและผลการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (302-1)

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากพลังงานเป็นต้นทุนที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้ง การใช้พลังงานส่งผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ

SDGs8

เป้าหมายเชิงคุณภาพ : ส่งเสริมวัฒนธรรมการประหยัดไฟฟ้าทั้งพนักงานและผู้บริหารผ่าน การอบรมและสื่อรณรงค์ภายในองค์กร

เป้าหมายเชิงปริมาณ : เป้าหมายเชิงปริมาณ :

โครงการอนุรักษ์พลังงาน

ในปี 2568 TTA พัฒนาและดำเนินการในโครงการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อส่งเสริมการลดการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรณรงค์ให้พนักงานถอดปลั๊กอุปกรณ์หรือปิดสวิตช์เมื่อไม่ได้ใช้งาน การวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิดพาแนลไลท์ (LED Panel Light) ตลอดจนการจัดสรรพื้นที่ทำงานให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะเดียวกันรักษาสภาพแวดล้อมและความเหมาะสมของการทำงานให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

SDGs8
จากการดำเนินการดังกล่าว ในปี 2568 TTA สามารถดำเนินการได้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงคุณภาพ โดยมีการส่งเสริมความตระหนักรู้และพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 842,900 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.91 ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้ไฟฟ้าร้อยละ 2 ตามที่กำหนดไว้ การเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากการขยายพื้นที่การทำงาน การเพิ่มจำนวนพนักงาน และการจัดกิจกรรมฝึกอบรมภายในกลุ่มบริษัท ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาการใช้งานอาคารและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับ การปรับโครงสร้างองค์กรและการขยายการลงทุนทางธุรกิจในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าปริมาณการใช้พลังงานโดยรวมจะเพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลการใช้พลังงานมาใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์และวางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอนาคต โดยมุ่งเน้นการลดการใช้พลังงานต่อหน่วยกิจกรรมและต่อหน่วยรายได้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

  2566 2567 2568
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานของ TTA
ค่าไฟฟ้า (บาท) 4,842,129 5,733,693 5,900,300 ↑ ร้อยละ 2.91
หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 736,344 819,099 842,900 ↑ ร้อยละ 2.91
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยรายได้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อบาท) 0.204 0.381 0.337 ↓ ร้อยละ 11.55
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 368.10 409.47 421.37 ↑ ร้อยละ 2.91
น้ำมันดีเซล (ลิตร) 3,586 4,677.53 8,575 ↑ ร้อยละ 83.30
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 9.83 12.82 23.50 ↑ ร้อยละ 83.31
น้ำมันเบนซิน (ลิตร) 13,794 16,650 14,730 ↓ ร้อยละ 11.53
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 30.80 37.17 32.88 ↓ร้อยละ 11.54
การบริหารจัดการน้ำ

การบริหารจัดการน้ำ(3-3)

SDGs8
SDGs16

กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำ และการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบำบัดน้ำ รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดความเสี่ยง ด้านมลพิษ

การบริหารจัดการน้ำ (3-3)

ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภาคส่วนจากความต้องการบริโภคที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในกระบวนการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมต่างๆ และมีความสำคัญอย่างยิ่งกับสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนหลายภูมิภาคทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงประสบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำในหลากหลายมิติ ทั้งในเรื่องการขาดแคลนน้ำ คุณภาพน้ำ การใช้ทรัพยากรน้ำในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น และข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยน้ำทิ้ง เป็นต้น กลุ่มบริษัทจึงได้ตระหนักถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะที่เกิดจากการดำเนินงานหรือการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท

กลุ่มบริษัทกำหนดนโยบายและข้อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แผนการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุอยู่ในนโยบายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกำหนดแนวทางการบำบัดน้ำเสีย โดยนำน้ำเสียที่ถูกบำบัดมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนการซื้อน้ำดิบ ปริมาณการปล่อยน้ำเสีย รวมถึงค่าใช้จ่ายใน การจัดการน้ำเสียลดลง ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มบริษัทสามารถจัดการความเสี่ยงด้านมลพิษทางน้ำ และก่อให้เกิดความต่อเนื่องใน การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนลดข้อร้องเรียนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากชุมชนและสังคม นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีความมุ่งมั่นใน การสนับสนุนให้บริษัทในเครือได้มีการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแนวปฏิบัติตามนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยมีการติดตามเฝ้าระวังความเสี่ยงและผลกระทบอย่างใกล้ชิด

นโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำ

บริษัทฯ กำหนดให้เรื่องการบริหารจัดการน้ำเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังนำระบบบริหารการจัดการคุณภาพ ISO 14001:2015 มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการกิจกรรม และกระบวนการต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและบริการ ตามข้อกำหนดของลูกค้า กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการสื่อสารให้เป็นที่เข้าใจและปฏิบัติตามภายในองค์กร พร้อมเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียตามความเหมาะสม

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

SDGs8

เป้าหมายเชิงคุณภาพ : ส่งเสริมวัฒนธรรมการประหยัดน้ำ ทั้งพนักงานและผู้บริหารผ่านการอบรมและสื่อรณรงค์ภายในองค์กร

เป้าหมายเชิงปริมาณ : ลดปริมาณการใช้น้ำประปาลงร้อยละ 2 จากปีก่อนหน้า

TTA กำหนดให้แผนกธุรการเป็นคณะทำงาน ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำทั่วไป โดยมีการบันทึกปริมาณการใช้น้ำ รวมถึงพิจารณาหากมีการใช้งานที่ผิดปกติ เพื่อแก้ไขปรับปรุงหากเกิดการชำรุด และมีฝ่ายอาคารที่มีหน้าที่บริหารจัดการน้ำเสียและน้ำทิ้ง ซึ่ง TTA มีการตรวจสอบน้ำทิ้งโดยหน่วยงานภายนอก และนำค่าที่ได้มาปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม น้ำที่ TTA ใช้ทั้งหมดเป็นน้ำประปาซึ่งมาจากหน่วยงานภายนอกหรือการประปานครหลวง โดยสำนักงานใหญ่ของ TTA ตั้งอยู่ที่อาคารอรกานต์ ถนนชิดลม ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่อยู่ในภาวะขาดแคลนน้ำ อีกทั้ง อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ นิติบุคคลของอาคาร ทำให้มีข้อจำกัดในการจัดทำโครงการลดการใช้น้ำประปา เนื่องจากไม่สามารถดำเนินโครงการการใช้น้ำหมุนเวียน ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ หรือการบำบัดเองก่อนทิ้งได้ อย่างไรก็ตาม TTA ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำหมุนเวียนและการบำบัดน้ำก่อนทิ้ง และมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดโครงการดังกล่าวในอนาคต โดยน้ำที่ใช้แล้วทั้งหมดจะถูก ส่งไปยังระบบบำบัดน้ำของอาคารรวมกับน้ำที่ใช้แล้วของบริษัทอื่น ซึ่งอาคารจะดำเนินการบำบัดน้ำจนถึงค่ามาตรฐานก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และไม่มีการปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้รับการบำบัดสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

การจัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันและตรวจสอบการรั่วซึมของอุปกรณ์ใช้น้ำ

TTA จัดทำแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามระยะเวลา มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบสภาพโดยรวม และประสิทธิภาพ การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำภายในสำนักงาน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำรั่วซึม อันจะเป็นการทำลายทรัพยากรน้ำโดยใช่เหตุ รวมถึงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะขัดขวางการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของพนักงานได้ หากอุปกรณ์ชิ้นใดที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ TTA จะดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอย่างทันท่วงที โดย TTA กำหนดให้เจ้าหน้าที่แผนกธุรการเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว

การรณรงค์ลดการใช้น้ำ-ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

SDGs8

TTA จัดทำโปสเตอร์สื่อสารการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าให้แก่พนักงานทุกระดับรับทราบ พร้อมทั้งมีการสื่อสารหลากหลายช่องทางเพื่อเน้นย้ำถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกเรื่องดังกล่าวใน การอบรมทบทวนความรู้ประจำปีให้แก่พนักงาน และทดสอบความรู้ความเข้าใจผ่านการทำข้อสอบภายหลังได้รับการฝึกอบรมจากการดำเนินงานดังกล่าว บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายเชิงคุณภาพ โดยพนักงานและผู้บริหารมีความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่ามากขึ้น สะท้อนถึงการปลูกฝังวัฒนธรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

TTA ดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำผ่านการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการตรวจสอบการรั่วซึมของอุปกรณ์ใช้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าแก่พนักงานทุกระดับ ส่งผลให้ในปี 2568 ปริมาณการใช้น้ำประปาลดลงเหลือ 2,282 ลูกบาศก์เมตร ลดลงจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 2.1 และ บรรลุเป้าหมายการลดการใช้น้ำตามที่กำหนด สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

2566/1 2567/1 2568/1
ปริมาณการบริหารจัดการน้ำประปาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของ TTA
ค่าน้ำประปา (บาท)
36,840 46,620 45,640 ↓ 2.10 percent
หน่วย (ลูกบาศก์เมตร)
1,842 2,331 2,282 ↓ 2.10 percent
ปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยรายได้ (ลูกบาศก์เมตร / บาท)
0.00051 0.00108 0.0009 ↑ 16.67 percent
หน่วย 2566 2567 2568
ผลรวมของปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้ในทุกพื้นที่
น้ำจากหน่วยงานภายนอก
น้ำสะอาด (ค่า TDS ≤1,000 มิลลิกรัม/ลิตร) 1,842 2,331 2,282 ↓ 2.10 percent
น้ำอื่น ๆ (ค่า TDS >1,000 mg มิลลิกรัม/ลิตร) 0 0 0 Consistent
หน่วย 2566/1 2567/1 2568/1
ผลรวมของปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้ในทุกพื้นที่
น้ำจากหน่วยงานภายนอก น้ำอื่น ๆ (ค่า TDS >1,000 mg มิลลิกรัม/ลิตร) 0 0 0 คงที่
น้ำอื่น ๆ (ค่า TDS >1,000 mg มิลลิกรัม/ลิตร) 0 0 0 คงที่
ผลรวมของการบริโภคน้ำทั้งหมดในทุกพื้นที่ที่มีภาวะความขาดแคลนน้ำ 0 0 0 คงที่
หมายเหตุ :
  • Total Dissolved Solids (TDS) คือ การวัดปริมาณของแข็ง สารอนินทรีย์ และอินทรีย์ทั้งหมดที่ละลายอยู่ในน้ำ
  • /1 TTA ใช้น้ำจากแหล่งเดียว คือ น้ำประปาสาธารณะ และไม่มีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน น้ำจากเหมือง น้ำเสียภายนอก น้ำฝนที่เก็บรวบรวม น้ำทะเล/มหาสมุทร
  • /1 TTA มีการปล่อยน้ำทิ้งเพียงแหล่งเดียว คือส่งให้นิติบุคคลอาคารดำเนินการบำบัดก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ตามข้อกำหนด ด้านสิ่งแวดล้อม และไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งไปยังมหาสมุทร ผิวดิน ใต้ดิน/บาดาล หรือการใช้น้ำเพื่อประโยชน์อื่น ทั้งนี้ การที่น้ำทิ้งถูกส่งให้ นิติบุคคลอาคารดำเนินการบำบัด ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถวัดปริมาณน้ำทิ้งที่เกิดขึ้นได้

ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่มีกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือข้อกำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและปริมาณน้ำ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(3-3)

SDGs8
SDGs16
SDGs16

เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพื้นที่หรือการดำเนินงานที่มีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ และประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร รวมทั้งร่วมส่งเสริมเป้าหมายระดับชาติ และระดับโลกอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (3-3)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกยังคงเป็นประเด็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปัจจุบันทั่วโลกเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่มีความผันผวนสูงขึ้น ตลอดจนปรากฏการณ์คลื่นความร้อน ภาวะภัยแล้งและอุทกภัยที่ยาวนานขึ้น โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประทศที่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) และได้ให้สัตยาบันเข้าร่วมรับรองพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) รวมถึงเข้าร่วมความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ภาคีสมาชิกกำหนดความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันระดับโลกในการจัดการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในปี 2566 ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP28 จัดขึ้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายของข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศกลาสโกว์ (Glasgow Climate Pact) ที่มุ่งมั่นในมาตรการลดการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายการรักษาอุณหภูมิทั่วโลกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 2 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ปี ค.ศ. 1900 หรือ พ.ศ. 2443) และพยายามจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส รวมถึงประเด็นข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อชดเชย “ความสูญเสียและเสียหาย” (Loss and Damage) หรือกองทุนด้านการเงินที่จัดตั้งโดยกลุ่มประเทศผู้ก่อมลพิษหลักเพื่อช่วยเหลือ บรรเทาการสูญเสีย และชดเชยให้กับประเทศซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเทศไทยยังได้มีการตั้งเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (Nationally Determined Contributions : NDC) ใน 3 สาขา ได้แก่ 1) สาขาพลังงานและขนส่ง 2) สาขาของเสีย และ 3) สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 ซึ่งกลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงมีการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมในเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและรณรงค์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของประเทศ และบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทชั้นนำในด้านการลงทุนของเอเชียที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการประกอบธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ประเทศไทยยังได้มีการตั้งเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ (Nationally Determined Contributions : NDC) ใน 3 สาขา ได้แก่ 1) สาขาพลังงานและขนส่ง 2) สาขาของเสีย และ 3) สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรม โดยตั้งเป้าที่จะลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 ซึ่งกลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงมีการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมในเรื่องการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ รวมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและรณรงค์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของประเทศ และบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทชั้นนำในด้านการลงทุนของเอเชียที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการประกอบธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท
ความเสี่ยง โอกาสและความเสี่ยง การคาดการณ์ผลกระทบต่อกลุ่มบริษัท
ความเสี่ยงด้านการเงิน ระยะยาว ความเสียงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง เป็นต้น การดำเนินงานหยุดชะงัก ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด ถูกเรียกเบี้ยปรับ เรียกร้องค่าเสียหาย ฐานผิดนัดตามสัญญา  รายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ระยะยาว ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อาจส่งผลต่อการปรับตัวขององค์กร ตลอดจนความเสี่ยงที่เกิดจากความคาดหวังของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงเทคโนโลยี ตลอดจนการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ระยะยาว ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ และกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนโยบาย Energy 4.0 ซึ่งรณรงค์พลังงานสะอาดภายในปี 2579 การปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาจต้องใช้เงินลงทุนในบางโครงการสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้
ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ระยะยาว วามเสี่ยงจากผลกระทบทางกายภาพแบบเฉียบพลันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม ข้อจำกัดของการขนส่ง และความลำบากของพนักงานในการเดินทาง เป็นต้น พนักงานไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานได้ ทำให้กระบวนการดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนด รวมถึง ขาดกำลังพลในการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงัก
แนวทางการบริหารจัดการและผลการดำเนินงานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัท โดยการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีมาตรการในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับนโยบายและเป็นไปตามกฎข้อบังคับของอุตสาหกรรมนั้นๆ อย่างเคร่งครัด โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อบริหารจัดการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

TTA เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development - TBCSD) ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ รวมถึงการผลักดันนโยบายการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมในทุกภาคส่วน TBCSD มีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทยให้เป็นองค์กรต้นแบบธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน และสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) ของประเทศไทยและเป้าหมาย Net Zero GHG Emissions

TTA ในฐานะองค์กรสมาชิก มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่ TBCSD ประกาศไว้ พร้อมสนับสนุนมาตรการและแนวปฏิบัติต่างๆ เพื่อร่วมผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

TTA มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ร่วมสนับสนุนการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการใช้ไฟฟ้า การเปลี่ยนยานพาหนะของ TTA จากการใช้น้ำมันเป็นใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียและทุกภาคส่วนในการผลักดันการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

SDGs8

เป้าหมายเชิงคุณภาพ : อบรมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับพนักงานและผู้บริหาร

เป้าหมายเชิงปริมาณ : พนักงานและผู้บริหารมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักเกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผลการประเมินหลังการอบรมต้องมีผู้เข้าร่วมการอบรมผ่านเกณฑ์เกินร้อยละ 70 ขึ้นไปของจำนวนผู้เข้าอบรมทั้งหมด

โครงการส่งเสริมความรู้ให้แก่พนักงาน และผู้บริหารในหัวข้อ ไขรหัสคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่องค์กรยั่งยืน

SDGs8
SDGs8
SDGs8
SDGs8

วันที่ 19 กันยายน 2568 TTA จัดอบรม “ไขรหัสคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่องค์กรยั่งยืน” โดยมีบริษัท แทคท์ โซเชียล คอนซัลติ้ง จำกัด เป็นวิทยากรในการอบรม มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 51 คน การจัดงานคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการลดขยะพลาสติก โดยใช้ภาชนะสแตนเลสและแก้ว สำหรับอาหารว่างและอาหารกลางวัน รวมถึงมีการแยกขยะในวันจัดงาน ผลจากการให้ความรู้ในครั้งนี้ พบว่า พนักงานและผู้บริหารมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักเกี่ยวกับการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมผ่านเกณฑ์การอบรมจำนวนทั้งสิ้นร้อยละ 72 จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด

การเปลี่ยนยานพาหนะของ TTA จากการใช้น้ำมันเป็นใช้ไฟฟ้า

เพื่อสอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนยานพาหนะจากที่ใช้น้ำมัน มาใช้ไฟฟ้าถือเป็นความตั้งใจหนึ่งในการมีส่วนร่วมในการลดมลภาวะทางอากาศ

2566 2567 2568
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าขอบเขตที่ 1(305-1a)
น้ำมันดีเซล (ลิตร) 3,586 4,678 8,575 ↑ ร้อยละ 83.30
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 9.83 12.82 23.50 ↑ ร้อยละ 83.31
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 13,794 16,650 14,730 ↓ ร้อยละ 11.53
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 30.80 37.17 32.88 ↓ ร้อยละ 11.54
รวมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขอบเขตที่ 1 (305-1a) 40.62 49.99 56.38 ↑ ร้อยละ 12.78
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าขอบเขตที่ 2 (305-2a)
ค่าไฟฟ้า (บาท) 4,842,129 5,733,693 5,900,300 ↑ ร้อยละ2.91
หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 736,344 819,099 842,900

↑ ร้อยละ2.91

คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) 368.10 409.47 421.37 ↑ ร้อยละ2.91
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าขอบเขตที่ 3 (305-3a)
หัวข้อที่ 6 การเดินทางเพื่อธุรกิจ (กิโลเมตร) - - - -
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) - - 39.77 -
หัวข้อที่ 7 การเดินทางมาทำงานของพนักงาน (กิโลเมตร) /1 - - 218,941 -
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ตัน) - - 502.63 -
รวมปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าขอบเขตที่ 1-3 (ตัน) 408.72 459.46 542.40 ↑ ร้อยละ 18.05
หมายเหตุ: /1 หัวข้อที่ 7 การเดินทางมาทำงานของพนักงาน คำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากพนักงานจำนวนร้อยละ 44.85

โครงการปลูกป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง เพื่อสร้างความยั่งยืนในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจ หัวข้อการคืนกลับสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เกิดผล บริษัท วี เวนเจอร์ส เทคโนโลยี จำกัด (VVT) บริษัทย่อยของ TTA เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการปลูกป่าชายเลน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนประมาณ 740 ไร่ โดยมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ประมาณ 34,785 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในระยะเวลา 5 ปี และเป็นการรักษาพื้นที่สีเขียวเป็นจำนวนกว่า 500,000 ต้น

พื้นที่ดังกล่าวได้รับการปรับสภาพให้เหมาะสมเพื่อการปลูก ดูแลและการจัดการต้นไม้อย่างถูกวิธี โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นทั้งเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการหลักร่วมกับบริษัทสยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด บริษัทย่อยในกลุ่มบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ภายใต้เอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ระบบนิเวศชายฝั่งจะช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปแบบชีวมวล และการทับถมของตะกอนลงสู่ชั้นดินรวมถึงยังเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศ เป็นที่หลบภัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนบริเวณรอบข้าง ป้องกันและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น ลดความรุนแรงของคลื่นและการกัดเซาะชายฝั่ง อีกทั้งยังให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงเพื่อจับสัตว์น้ำและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ ทำให้เกิดการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในแบบองค์รวมเพื่อชุมชนต่อไป

Mangrove Reforestation for Sustainability

โครงการดังกล่าวพร้อมดำเนินการตรวจสอบและรับรองปริมาณคาร์บอนที่ดูดซับได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ TTA ในการเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการเป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในเวทีระดับนานาชาติ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นในประเทศอย่างยั่งยืน

TTA Volunteer Spirit: Planting for the Planet, Toward a Sustainable Future

tta-volunteer-spirit
tta-volunteer-spirit

28 พฤศจิกายน 2568: TTA และบริษัทในเครือ ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลนกว่า 740 ไร่ ผ่านกิจกรรม “TTA Volunteer Spirit: ปลูกเพื่อโลก สู่อนาคตยั่งยืน” ณ ป่าชายเลนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระยะยาวในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งเป้าลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกกว่า 34,785 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 5 ปี พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 130 คน

TTALAB: BKK Climate Action Week: Roots and Routes to Future Citizen Workshop

ttalab
ttalab

28 กันยายน 2568: TTALAB ร่วมจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “Roots and Routes to Future Citizen” ภายในงาน Bangkok Climate Action Week ที่ หอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมกันออกแบบอนาคตที่ยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน ประกอบด้วยอาจารย์และเยาวชนที่มีความสนใจด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม

TTALAB พาเสียงเยาวชนไทยสู่ COP30

10 - 21 พฤศจิกายน 2568: TTALAB นำเสียงและศักยภาพของเยาวชนไทยสู่เวทีโลก ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) ณ เมืองเบเลม ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 10-21 พฤศจิกายน โดยร่วมมือกับเครือข่ายเยาวชนด้านสภาพภูมิอากาศของไทย นำเสนอผลงานนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจากชุมชนและเยาวชนไทยบนเวทีเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 56,000 คน โดย TTALAB ได้ส่งคลิปวิดีโอ Talk Session ในหัวข้อ ‘From Local Roots to Global Action: How Thailand’s Culture and Creativity Drive Urban Adaptation’ ไปนำเสนอที่ COP30 ซึ่งรวบรวมมุมมองจากผู้แทนจากหลายสาขา

ttalab
ttalab
การบริหารจัดการของเสีย

การบริหารจัดการของเสีย(3-3, 306-1, 306-2)

SDGs8
SDGs16
SDGs16
SDGs16

เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพื้นที่หรือการดำเนินงานที่มีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ และประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร รวมทั้งร่วมส่งเสริมเป้าหมายระดับชาติ และระดับโลกอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (3-3)
การบริหารจัดการของเสีย (3-3, 306-1, 306-2)

ลักษณะการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทที่มีความหลากหลาย ก่อให้เกิดของเสียในหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบขยะมูลฝอยภายในอาคารสำนักงาน น้ำเสียจากอุตสาหกรรม น้ำอับเฉาเรือ เศษวัตถุดิบจากการประกอบอาหาร ขยะพลาสติก รวมถึงสารเคมีและของเสียในรูปแบบอื่นๆ ของเสียที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกันตามแต่ละประเภท และมีวิธีการจัดการแตกต่างกันสำหรับวัตถุดิบตั้งต้นแต่ละประเภท จึงจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และอยู่ภายใต้กรอบข้อกำหนดทางกฎหมายของภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการละเมิดกฎหมาย ผลเสีย หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของชุมชนโดยรอบ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่ใช้ในการกำจัดของเสีย

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญในการบริหารจัดการของเสีย และมุ่งเน้นที่หลักการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายสิ่งแวดล้อมขององค์กร รวมถึงการบริหารจัดการของเสียและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งลดปริมาณการเกิดของเสียให้น้อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยบริหารจัดการของเสียภายในองค์กรด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยยึดแนวปฏิบัติ 4Rs ได้แก่

4Rs practical
  • Reduce (การลดการใช้หรือใช้น้อยเท่าที่จำเป็น)
  • Reuse (การนำทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำ)
  • Recycle (การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่)
  • Replace (การใช้ทรัพยากรทดแทน)

TTA มีการจัดทำระบบติดตามและตรวจสอบการบริหารจัดการของเสีย โดยตรวจสอบตั้งแต่การแยกประเภท การจัดเก็บ การขนส่ง และการนำไปกำจัด ซึ่งจะมีการระบุปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและวิธีการนำไปกำจัด นอกจากนี้ TTA ยังมีการจัดอบรม รณรงค์ และติดประกาศตามสถานที่หรือตามถังขยะภายในสำนักงาน เพื่อสร้างความตระหนักของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างค่านิยมในการบริหารจัดการของเสียขององค์กร และเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมออีกด้วย โดย TTA เชื่อมั่นว่าแนวทางการปฏิบัติในการบริหารจัดการของเสียข้างต้นจะสามารถช่วยส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของเสีย รวมทั้งยังสามารถนำของเสียที่ผ่านกระบวนการคัดแยก เช่น กล่องกระดาษ กระดาษ น้ำมันที่ใช้แล้ว เป็นต้น ไปจำหน่ายหรือเพิ่มมูลค่าในรูปแบบอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนในรูปแบบของรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือความน่าเชื่อถือในการจัดการองค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

TTA มีการจัดทำระบบติดตามและตรวจสอบการบริหารจัดการของเสีย โดยตรวจสอบตั้งแต่การแยกประเภท การจัดเก็บ การขนส่ง และการนำไปกำจัด ซึ่งจะมีการระบุปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและวิธีการนำไปกำจัด นอกจากนี้ TTA ยังมีการจัดอบรม รณรงค์ และติดประกาศตามสถานที่หรือตามถังขยะภายในสำนักงาน เพื่อสร้างความตระหนักของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างค่านิยมในการบริหารจัดการของเสียขององค์กร และเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมออีกด้วย โดย TTA เชื่อมั่นว่าแนวทางการปฏิบัติในการบริหารจัดการของเสียข้างต้นจะสามารถช่วยส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของเสีย รวมทั้งยังสามารถนำของเสียที่ผ่านกระบวนการคัดแยก เช่น กล่องกระดาษ กระดาษ น้ำมันที่ใช้แล้ว เป็นต้น ไปจำหน่ายหรือเพิ่มมูลค่าในรูปแบบอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนในรูปแบบของรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือความน่าเชื่อถือในการจัดการองค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

SDGs8

เป้าหมายเชิงคุณภาพ : TTA มุ่งมั่นใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยคัดแยกสิ่งของที่ผ่านการใช้งานแล้วแต่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ส่งต่อให้แก่หน่วยงานหรือสถานที่ที่ต้องการ เพื่อยืดอายุการใช้งานของทรัพยากร และช่วยลดปริมาณขยะที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

เป้าหมายเชิงปริมาณ :

  • ลดปริมาณคำสั่งซื้อขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กระดาษ) ลงร้อยละ 2 จากปีก่อนหน้า
  • คัดแยกและส่งต่อสิ่งของที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อย่างน้อย 2 ประเภทต่อปีให้แก่หน่วยงานหรือสถานที่ที่ต้องการ

TTA ตั้งเป้าลดปริมาณคำสั่งซื้อขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กระดาษ) ลงร้อยละ 2 จากปีก่อนหน้า ในปี 2568 TTA มีการดำเนินโครงการลดการใช้ขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กระดาษ) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้กระดาษอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษหน้าเดียว มีการนำมาตรการต่างๆ มาใช้ร่วมกัน รวมถึงการฝึกอบรมผ่านรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การทดสอบออนไลน์ และการสื่อสารตามปกติ

SDGs8

จากการดำเนินงานดังกล่าว ประกอบกับโครงการประชุมไร้กระดาษ (Paperless Meeting) ที่นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น iPad มาใช้ทดแทนเอกสารกระดาษในการประชุม ส่งผลให้ในปี 2568 ปริมาณ คำสั่งซื้อขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กระดาษ) ของ TTA ลดลงเหลือ 1,723 กิโลกรัม หรือลดลง ร้อยละ 4.54 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

แม้ในปี 2568 บริษัทฯ จะมีการขยายพื้นที่การทำงานและปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่การใช้งานเพิ่มขึ้น แต่ TTA ยังสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการใช้กระดาษได้ สะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลดขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กระดาษ) อย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

  2565 2566 2567
จำนวนเงิน (บาท) 51,475 61,531 58,735 ↓ ร้อยละ4.54
ปริมาณคำสั่งซื้อขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย (กิโลกรัม) 1,510 1,805 1,723 ↓ ร้อยละ 4.54

โครงการประชุมไร้กระดาษ (Paperless Meeting)

โครงการเปลี่ยนจากการใช้เอกสารกระดาษในการประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ มาใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประชุม ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเปรียบเทียบต้นทุน พบว่าค่าใช้จ่ายในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจากการใช้กระดาษ คิดเป็นการลดต้นทุนประมาณร้อยละ 33 ต่อปี และสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปีของการดำเนินโครงการ

ในมิติสิ่งแวดล้อม การลดการใช้กระดาษสำหรับการประชุมช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น การลดการตัดต้นไม้หลายสิบต้นต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ และโครงการนี้ช่วยลดเวลาการจัดเตรียมเอกสาร การพิมพ์ และการจัดการเอกสาร ทำให้กระบวนการทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว

SDGs8
ในปี 2568 TTA สามารถบรรลุเป้าหมายเชิงปริมาณด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมีการคัดแยกและส่งต่อสิ่งของที่ผ่านการใช้งานแล้วแต่ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อจำนวน 4 ประเภท ได้แก่ (1) กระดาษ ผ่านโครงการ “แยกเปลี่ยนโลก” (2) ขวดพลาสติก ผ่านโครงการ “TTA Zero Waste” (3) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโครงการคนไทยไร้ E-Waste และ (4) ฝาขวดพลาสติก ผ่านโครงการ “TTA เติมสุข ออนทัวร์” ซึ่งมีการคัดแยกและเก็บรวบรวมมากกว่า 2 ประเภท เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัปไซเคิลผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและชุมชนต่างๆ
โครงการจัดการขยะภายในองค์กรตั้งแต่ต้นทาง

TTA คัดแยกขยะตามแนวคิด 4Rs เพื่อการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า สามารถช่วยลดปริมาณขยะให้น้อยลง ด้วยการลดการใช้ การนํากลับมาใช้ซ้ำ การนําขยะกลับมาใช้ใหม่ และการใช้ทรัพยากรทดแทน วัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณขยะภายในสำนักงาน ซึ่งได้มีการจัดเตรียมถังขยะแต่ละประเภท ติดตั้งแต่ละพื้นที่ เพื่อรองรับการคัดแยกขยะรีไซเคิลและมีพื้นที่การจัดเก็บรวมขยะ เพื่อบริหารจัดการขยะต่อไป

TTA จัดประชาสัมพันธ์ให้พนักงานลดการใช้ และสร้างขยะทุกประเภทให้น้อยลง เพื่อก้าวสู่ชีวิตไร้ขยะฉบับเริ่มต้น ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มต้นลดปริมาณขยะได้ง่าย ด้วยการไม่สร้างขยะตั้งแต่แรก หากว่าพนักงานสามารถตระหนักได้ว่าตนเองสร้างขยะมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย อาทิ

  • การหาขวดน้ำประจำกาย : การพกขวดน้ำไปทุกที่ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดี ยังลดจำนวนขวดพลาสติกได้มหาศาล
  • หิ้วกระเป๋าคู่ใจ : ไม่รับถุงพลาสติกและใช้กระเป๋าที่พกมาเอง เมื่อซื้อของต่างๆ ไม่เฉพาะแค่ของใช้ภายในบ้าน
  • เลิกรับจดหมาย ใบแจ้งยอดและใบปลิวแบบกระดาษ : ติดต่อธนาคารหรือผู้ใช้บริการสาธารณูปโภค เพื่อขอรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • ซื้อถุงขยะแบบย่อยสลายได้เท่านั้น : อ่านฉลากให้ละเอียดว่าถุงขยะย่อยสลายได้ทางชีวภาพร้อยละ 100 เพราะบางยี่ห้อสามารถย่อยสลายได้บางส่วน
2566 2567 2568
ปริมาณขยะแบ่งตามความอันตรายของสำนักงานใหญ่ TTA
ปริมาณขยะไม่อันตราย (กิโลกรัม) - 6,927 9,289 ↑ ร้อยละ 4.54
ปริมาณขยะอันตราย (กิโลกรัม) - - - -
ปริมาณขยะแบ่งตามความสามารถในการรีไซเคิลของสำนักงานใหญ่ TTA
ปริมาณขยะไม่รีไซเคิล (กิโลกรัม) - 6,927 9,034 ↑ ร้อยละ 30.42
ปริมาณขยะรีไซเคิล (กิโลกรัม) - - 5,255 -
โครงการ “แยก เปลี่ยน โลก”

1 กรกฎาคม 2568: TTA ริเริ่มโครงการ “แยก เปลี่ยน โลก” ร่วมกับ SCGP RECYCLE ส่งเสริมให้พนักงานร่วมคัดแยกกระดาษใช้แล้วในสำนักงาน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยในปีนี้สามารถรวบรวมกระดาษได้ 5,000 กิโลกรัม และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 28.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

TTA Zero Waste
โครงการ “TTA Zero Waste”

12 พฤศจิกายน 2568: TTA ส่งมอบขวดพลาสติก PET ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้ได้รวบรวมขวดพลาสติกจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,450 ขวด เพื่อบริจาคให้แก่ วัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำไปรีไซเคิลเป็นชุด PPE และผ้าไตรจีวร ซึ่งใช้ในกิจกรรมศาสนกิจของพระสงฆ์ โดยขวดพลาสติกจำนวน 60 ขวดสามารถแปรรูปเป็นผ้าไตรจีวร 1 ผืนและ 20 ขวดสามารถผลิตชุด PPE ได้ 1 ชุด

Thailand E-Waste Free
โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste”

TTA ร่วมกับ AIS และพันธมิตรชั้นนำ เดินหน้าร่วมโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์จากพนักงาน รวมทั้งสิ้น 120 ชิ้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 55 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าหรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 5 ต้น

Thailand E-Waste Free
โครงการ “TTA เติมสุข ออนทัวร์”

กิจกรรมเก็บฝา สร้างอาชีพ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมบริจาคฝาขวดพลาสติกใช้แล้ว โดยสามารถรวบรวมฝาขวดได้มากกว่า 1,590 ฝา เพื่อนำส่งต่อให้แก่วิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ จังหวัดชลบุรี เปลี่ยนให้กลายเป็นของขวัญจากชุมชน อาทิ จานรองแก้ว กระถางต้นไม้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รวมทั้งสิ้น 32 ชิ้น พร้อมมอบเงินสนับสนุนชุมชนจำนวน 7,000 บาท

TTA Happiness Enrichment on Tou