การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

กลุ่มบริษัทยึดถือการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ และหลักการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมด้านภาษีทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีธุรกิจของกลุ่มบริษัท การบริหารจัดการความเสี่ยง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การให้สินบน ความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ การส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรี และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า กลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้ธุรกิจ ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี การพัฒนากระบวนการทำงาน และการออกแบบและสร้างรูปแบบของธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

การกำกับดูแลกิจการที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ ซึ่งกลุ่มบริษัทมีนโยบายการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจเป็นกรอบในการดำเนินงานยึดถือปฏิบัติ และมีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงทบทวนและปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการให้มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติระดับสากล

การกำกับดูแลกิจการ หมายถึง ระบบที่จัดให้มีโครงสร้างความสัมพันธ์และแนวปฏิบัติเพื่อสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายบริหารของบริษัทฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในระยะยาว สร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น และเพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว

  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย การบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย กฎบัตร กฎเกณฑ์ มติของคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้อง
  • ความรับผิดชอบ ผู้มีส่วนได้เสียทุกราย รวมถึงคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารจะต้องตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตน
  • ความโปร่งใส การประกอบธุรกิจและการดำเนินการทางธุรกิจจะต้องสามารถตรวจสอบได้และมีความโปร่งใส
  • การมีส่วนร่วม ต้องรับรู้และยอมรับในสิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของบริษัทฯ
  • หลักความคุ้มค่า ในการลงทุนและการใช้ทรัพยากรทั้งหลาย จะต้องคำนึงถึงผลตอบแทนทางการเงิน และเศรษฐกิจ
คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ

คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ

SDGs8
SDGs8

กลุ่มบริษัทยืนหยัดในการคำนึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จหลักในการดำเนินธุรกิจด้วยความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อห่วงโซ่คุณค่า และนำไปสู่การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ(3-3)

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการสูงสุด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลัก ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของลูกค้า รวมถึงตระหนักถึงการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม และความมั่นคงในการดำเนินงานของสินค้าและการบริการ กลุ่มบริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อการให้ความสำคัญดังกล่าว ผ่านการยกระดับการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า และเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ในอนาคต ควบคู่กับการรับฟังข้อคิดเห็นของ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจขององค์กร

กลุ่มบริษัทได้ดำเนินงานตามแผนงานที่ได้มีการวางแผนไว้ โดยดำเนินการกำหนดเป้าหมายในประเด็นต่างๆ ซึ่งสอดคล้องตามลักษณะธุรกิจ และจัดให้มีการวัดผลหลังการดำเนินงานเพื่อวัดประสิทธิภาพความเหมาะสมของแผนการดำเนินงาน และเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ

การสื่อสารผ่านผลิตภัณฑ์

บริษัทฯ มีนโยบายให้บริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมีการพัฒนาวิธีการสื่อสารและการแสดงรายละเอียดของสินค้า เพื่อให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อความต้องการ เช่น การสื่อสารผ่านฉลากผลิตภัณฑ์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และสายตรง เป็นต้น

โทรีเซน ชิปปิ้ง (Thoresen Shipping: TSS)

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้าและการส่งมอบการบริการที่ตรงเวลา โดยมุ่งเน้นการให้บริการอันเป็นเลิศแก่ลูกค้า รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยบริษัทมีการสื่อสาร ประสานงานกับลูกค้า โดยทีมงานมืออาชีพอย่างสม่ำเสมอ ลูกค้าสามารถติดต่อ และติดตามสถานะการขนส่งสินค้าได้ตลอดเวลา

ในการนี้ โทรีเซน ชิปปิ้ง มีการดำเนินงานให้สอดคล้องและปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับตามมาตรฐานการเดินเรือสากล และมาตรฐานท่าเรือของประเทศที่ดำเนินการขนส่งเพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทสามารถให้บริการขนส่งไปยังทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการขัดต่อกฎหมาย และข้อบังคับและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทมีหน่วยงานหลัก 2 หน่วยงาน ทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพการให้บริการ โดยทีม Commercial Operations ทำหน้าที่บริหารจัดการให้การขนส่งเป็นไปตามมาตรฐานและข้อตกลงตามที่ระบุไว้ในสัญญา และทีม Marine Operations ทำหน้าที่ในการจัดหาเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการบนเรือ เตรียมการให้เรือมีความพร้อมในการให้บริการที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด

บริษัทยังเปิดรับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.thoresenshipping.com

กิจกรรมและโครงการด้านการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ

บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้บริการแก่ลูกค้าให้ได้รับการบริการที่ดี ตรงตามความต้องการ เพื่อความพอใจสูงสุด บริษัทมีการจัดการอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อการบริหารจัดการสินค้าให้แก่พนักงานประจำเรืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานประจำเรือของบริษัทมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการจัดการสินค้าให้มีความปลอดภัย และมีคุณภาพการให้บริการสูงสุดแก่ลูกค้า

พีเอช แคปปิตอล (PH Capital: PHC)

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถสร้างความเสี่ยงต่อลูกค้าในมุมมองของคุณภาพชีวิตและสุขอนามัย โดยหากเกิดความเสี่ยงดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท และและอาจต้องใช้ระยะเวลาและต้นทุนในการปรับปรุงแก้ไขเป็นอย่างมาก ดังนั้น บริษัทจึงมีความแน่วแน่ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อลูกค้า และต้นทุนในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการของบริษัท ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจและความไว้วางใจที่นำไปสู่การซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีกรอบการดำเนินงานพื้นฐานหลักในการมุ่งมั่นรักษามาตรฐานในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยบริษัทมีนโยบายควบคุมความปลอดภัยของอาหารซึ่งมีการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายอาหารปลอดภัยของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นอกจากนี้ บริษัทยังมีการกำกับดูแลภายใต้นโยบายคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารตาม Franchise Policy และข้อกำหนดของบริษัท ยัม แบรนด์ส อิงค์ (Yum! Brands Inc.) ซึ่งมีการดำเนินงานที่ครอบคลุมกระบวนการตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยงจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก รวมถึงมีการจัดให้มีการหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางการป้องกันร่วมกับผู้ผลิตกลุ่มอาหาร บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง และคลังจัดเก็บสินค้า และมีการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อคุณภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับการบริหารจัดการด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารของบริษัท มีรายละเอียดดังนี้

หน้าร้านค้า

  • ร้านค้าทุกร้านภายใต้บริษัทได้รับการตรวจสอบด้านมาตรฐานควบคุมความปลอดภัยทางด้านอาหาร โดยทีมตรวจสอบภายใน และผู้ตรวจสอบภายนอก (National Sanitation Foundation “NSF”) ที่ได้การรับรองโดย Yum! Brands Inc. อย่างสม่ำเสมอ

การดำเนินงานกับคู่ค้า

  • คู่ค้าของบริษัททั้งที่เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์ รวมถึงศูนย์เก็บและกระจายสินค้าจะได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานควบคุมความปลอดภัยทางด้านอาหาร และตามมาตรฐานของ Yum! Brands Inc. อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น BRC และ FSSC22000 เป็นต้น
  • มีแนวทางการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทผักจากผู้ผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐาน Good Agricultural Practice (GAP) และมีนโยบายควบคุมความปลอดภัยทางด้านอาหาร
  • คู่ค้าที่นำส่งวัตถุดิบให้ PHC ทุกรายต้องมีการรับรอง GFSI (Global Food Safety Initiative Certificate) ก่อนเริ่มมีการซื้อขายสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีความปลอดภัย โดยจะเริ่มการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป
  • สำหรับสินค้าของบริษัทที่จะมีการใช้วัตถุดิบใหม่ บริษัทจะเริ่มจากการคัดเลือกคู่ค้าที่มีการรับรอง GFSI ก่อนที่พัฒนาสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้สินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  • สำหรับสินค้าที่มีปริมาณการใช้มากกว่า 5 ล้านบาทต่อปี บริษัทจะดำเนินการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้า รสชาติ และความปลอดภัยด้านเคมีและจุลินทรีย์เป็นประจำทุกปี

การดำเนินงานกับพนักงาน

  • ทีมผู้จัดการร้านทุกสาขาต้องได้รับใบอนุญาตผู้สัมผัสอาหารจากกระทรวงสาธารณสุข
  • มีนโยบายจัดการฝึกอบรมความปลอดภัยทางด้านอาหารให้แก่พนักงานร้านทุกคนทั้งในรูปแบบห้องเรียนและรูปแบบออนไลน์ และมีนโยบายให้พนักงานสาขาตรวจสุขภาพก่อนรับเข้าทำงาน อีกทั้งยังมีมาตรการอย่างเข้มงวดให้พนักงานล้างมือทุกครั้งเมื่อเข้าในบริเวณประกอบอาหาร และก่อนสัมผัสอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ถูกปรุงภายในร้านมีความปลอดภัยก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

การดำเนินงานกับลูกค้า

  • บริษัทได้กำหนดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ call center 1150 Facebook และ อีเมล พร้อมกับกำหนดกระบวนการดำเนินงานสำหรับตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต

กระบวนการตรวจสอบร้านอาหาร

บริษัทมุ่งมั่นในการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยโดยคำนึงถึงสุขอนามัยที่ดีของผู้บริโภค จึงได้มีเป้าหมายในการดำเนินการตรวจสอบด้านความปลอดภัยร้านอาหาร รวมถึงคู่ค้าทุกรายเป็นประจำทุกปี สำหรับสาขาของบริษัทนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบให้ผ่านตามข้อกำหนดมาตรฐานซึ่งประกอบด้วย มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร มาตรฐานแบรนด์ และมาตรฐานกฎหมายภายในประเทศเฉลี่ย 2.35 ครั้งต่อปี โดยจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองและมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่เจ้าของเฟรนไชส์เป็นผู้มอบหมาย เพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของแต่ละร้านและดำเนินการปรับปรุงแก้ไข

บริษัทมีผู้จัดการร้านอาหารในแต่ละสาขาเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารและการดำเนินการตรวจสอบควบคุมคุณภาพ นอกจากนี้ บริษัทมีคณะกรรมการอาหารปลอดภัย (Food Safety Committee) ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ประกันคุณภาพวัตถุดิบจำนวน 2 คน และเจ้าหน้าที่ประกันคุณภาพส่วนของร้านอาหารจำนวน 2 คน โดยมีการประชุมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบ และนำผลที่ได้นำไปหารือเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข พัฒนาการให้บริการ และนำไปเสนอต่อหัวหน้าทีม ทีมจัดการร้านและแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดการกระบวนการดำเนินงาน และคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารก่อนส่งถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านโภชนาการและสารอาหาร (Nutrition Transparency) บนเว็บไซต์ของบริษัท

flowchart-visit-restaurant

นอกจากนี้ บริษัทมีกำหนดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 1150 เว็บไซต์ของบริษัท www.pizzahut.co.th และทาง Social Media ที่ www.facebook.com/pizzahutthailand ซึ่งหากผู้บริโภคมีข้อร้องเรียนด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการ หน่วยงาน call center จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบในขั้นต้น และรายงานต่อหน่วยงานฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ เมื่อพิจารณาผลการตรวจสอบแล้วจะดำเนินการแก้ไขและดำเนินการชดเชยให้แก่ลูกค้า โดยฝ่ายปฏิบัติการ จากนั้นบริษัทจะสรุปประเด็นข้อร้องเรียน เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตต่อไป

กิจกรรมและโครงการด้านการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ

การจัดการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร

บริษัทได้รับความเห็นชอบจากกรมอนามัยในการเป็นหน่วยงานการจัดการอบรมเมื่อปี 2564 ทำให้บริษัทสามารถฝึกอบรมพนักงานของบริษัทได้อย่างเต็มที่ และพนักงานสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และมีการให้บริการที่คำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภค

โดยในปี 2567 บริษัทยังคงดำเนินการอบรมให้พนักงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นผู้ที่จัดหาวัตถุดิบ ปรุง ประกอบอาหาร และให้บริการอาหาร โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) และในปีนี้ มีการอบรมพนักงานของบริษัททั้งสิ้นจำนวน 1,568 คน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานมีการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท และคำถึงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารภายนอกด้วย โดยแผนก Technical Training and Development ของพิซซ่า ฮัท

การฝึกอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

ในปี 2567 ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resourses) ได้มีการฝึกอบรมพัฒนาพนักงานที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2567 พนักงานทุกคนของร้านพิซซ่า ฮัท ได้รับการอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารอย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการและการจัดการอาหารที่ปลอดภัย สำหรับวัตถุดิบ บริษัทได้จัดซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทผักจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Good Agricultural Practice (GAP) เพื่อรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบที่นำมาใช้ โดยสำหรับวัตถุดิบอื่นๆ บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าจากคู่ค้าที่ได้รับมาตรฐาน GFSI ซึ่งเป็นการรับรองในระดับสากล พร้อมทั้งมีนโยบายในการควบคุมความปลอดภัยทางด้านอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตและการให้บริการ

การดำเนินงานการฝึกอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าและบริการ

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ร้อยละของผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านคุณภาพและ
ความปลอดภัยของอาหาร
2565 2566 2567
พนักงาน 100 100 100
คู่ค้า 100 100 100
ร้อยละของผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านคุณภาพและ
ความปลอดภัยของอาหาร
ร้อยละของพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร 100
จำนวนเหตุการณ์การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ และ/หรือ กฎระเบียบพึงปฏิบัติเกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ (กรณี)(416-2) 0

พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PM Thoresen Asia Holdings: PMTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

Baconco ตอบรับนโยบายของรัฐบาลเวียดนามในการยกเลิกการใช้ไกลโฟเซตที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ โดยยังมีสารกำจัดวัชพืชอีก 54 ชนิดที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสามารถใช้ทดแทนไกลโฟเซตได้ Baconco เล็งเห็นถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคด้วยเช่นกัน จึงจำหน่ายสารกำจัดวัชพืชชนิดที่มีคุณสมบัติสามารถทดแทนไกลโฟเซตได้ให้แก่ลูกค้า และมีรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สยาม ทาโก้ (Siam Taco: STC)

แนวทางการบริหารจัดการ

เพื่อเป็นหนึ่งในใจลูกค้า และเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟูดสไตล์เม็กซิกันที่มอบการให้บริการอย่างรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และมีความเป็นกันเอง STC จัดทำโครงการกำหนดระยะเวลาในการให้บริการ โดยตั้งเป้าหมายในการให้บริการรวมไม่เกิน 4 นาทีต่อลูกค้า 1 ท่าน โดยมีวิธีการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย ด้วยการส่งเสริมให้เกิดความเชี่ยวชาญในแต่ละตำแหน่งในทุกๆ ขั้นตอนของการบริการลูกค้า ส่งเสริมให้มีการฝึกฝนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ในปี 2567 STC สามารถให้บริการรวมได้เป็นเวลา 3.6 นาทีต่อลูกค้า 1 ท่าน

ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (Unique Mining Services: UMS)

แนวทางการบริหารจัดการ

UMS มีกลยุทธ์ที่สำคัญทางด้านผลิตภัณฑ์ โดยมีกระบวนการคัดเลือกและปรับปรุงคุณภาพถ่านหินที่มีประสิทธิภาพ การสำรวจคุณภาพถ่านหินด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและมีความสามารถ เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินทั้งในด้านปริมาณคาร์บอน ความชื้น ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ลูกค้าแต่ละรายจะได้ถ่านหินที่มีคุณภาพเหมาะสมกับหม้อไอน้ำของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเผาผลาญเชื้อเพลิง

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน

SDGs8
SDGs8

กลุ่มบริษัทตระหนักดีถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าให้ยังคงอยู่กับองค์กร เพิ่มความเป็นไปได้ในการหาลูกค้าใหม่ๆ และมุ่งเน้นการบริหารจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และการจัดการข้อร้องเรียน(3-3)

กลุ่มบริษัท มุ่งมั่นตั้งใจที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ ที่ดีให้กับลูกค้า เนื่องจากกลุ่มบริษัทตระหนักดีว่า ความพึงพอใจและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยืนยาว ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทจึงมุ่งดำเนินการที่จะพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อสินค้าและบริการของกลุ่มบริษัท มีการจัดการทำการตลาดที่เหมาะสม ถูกต้อง และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมถึงประเมินความพึงพอใจ เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ ไปปรับปรุงกระบวนการทำงานสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างสูงสุด ซึ่งจะช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม และอาจส่งเสริมให้เกิดการขยายฐานลูกค้าจากการบอกเล่าปากต่อปาก ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

จรรยาบรรณธุรกิจหัวข้อแนวปฏิบัติต่อลูกค้า

เพื่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ทั่วถึงและตรงจุด กลุ่มบริษัทได้มีการกำหนดให้แนวทางในการดำเนินการร่วมกับลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของจรรยาบรรณธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยมีการสื่อสารให้กับพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบทุกครั้ง รวมถึงมีการจัดการทดสอบความรู้ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จรรยาบรรณธุรกิจของกลุ่มบริษัทได้มีการเริ่มบังคับใช้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2552 และได้รับการทบทวนแก้ไขครั้งล่าสุดในปี 2567 โดยรายละเอียดของแนวทางการปฏิบัติต่อลูกค้าในจรรยาบรรณธุรกิจ ประกอบไปด้วย

TTA
  • การส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ
  • การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทฯ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และในเวลาที่เหมาะสมแก่ลูกค้า
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไขที่ให้ไว้กับลูกค้าอย่างเคร่งครัด
  • การปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างสุภาพ และมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจจากลูกค้า
  • การรักษาความลับของลูกค้า และหลีกเลี่ยงการใช้ความลับดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลอื่น

โทรีเซน ชิปปิ้ง (Thoresen Shipping: TSS)

แนวทางการบริหารจัดการ

โทรีเซน ชิปปิ้ง เป็นผู้ให้บริการเรือเดินทะเลขนส่งสินค้าแห้งเทกองระหว่างประเทศ มุ่งเน้นการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานในระดับสากล เป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยบริษัทให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลไปยังทุกภูมิภาคของโลกตามความต้องการของลูกค้า โดยขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท ได้แก่ แร่เหล็ก ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร วัสดุก่อสร้าง และเหล็ก เป็นต้น

ในด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า บริษัทตระหนักเป็นอย่างดีว่าการให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยหลักในการนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน

กองเรือทั้งหมดจะถูกบริหารจัดการโดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานในประเทศสิงคโปร์ ไทย อังกฤษ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริษัทมุ่งเน้นการรักษามาตรฐาน ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงทักษะของบุคลากร ให้มีความพร้อมในการตอบสนองความต้องการในด้านการขนส่งสินค้าของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในปี 2567 บริษัทไม่มีข้อร้องเรียนใดๆ ในปัญหาดังกล่าวและไม่ถูกปรับ หรือถูกลงโทษจากปัญหาเกี่ยวกับ การละเมิดการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า

ทั้งนี้ในปี 2567 บริษัทยังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในการกลับมาใช้บริการขนส่งทางทะเลกับบริษัทโดยลูกค้าระดับ top 10 ในปี 2566 มีการกลับมาใช้บริการในปี 2567 มากกว่าร้อยละ 80

ผลการดำเนินงานปี 2567

การจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า กรณี
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับการละเมิดการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า 0

พีเอช แคปปิตอล (PH Capital: PHC)

เป้าหมายในการดำเนินงาน ปี 2567

เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ความพึงพอใจของลูกค้าในภาพรวม (Win score method) ร้อยละ 64 ร้อยละ 81

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในด้านความปลอดภัยด้านอาหาร และคุณภาพการให้บริการ โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดยการให้ความสำคัญกับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของลูกค้าต่ออาหารและการบริการ เพื่อเข้าใจในความต้องการและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อสร้างความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ บริษัทมีแนวทางในการคุ้มครองผู้บริโภคโดยการโฆษณาอย่างรับผิดชอบซึ่งจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมต่อลูกค้าและผู้บริโภค โดยจะไม่ใช้ข้อความที่เกินจริง และข้อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสินค้าและบริการของบริษัท

สำหรับการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า บริษัทแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วนหลัก คือ แพลตฟอร์มการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relations Management Platform) และ แบบสำรวจประสบการณ์ลูกค้า (Guest Experience Survey) ควบคู่ไปกับการตั้งเป้าหมายและการวัดผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการนำมาปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการของบริษัท

แพลตฟอร์มการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า

บริษัทใช้ระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บฐานข้อมูลและจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยนำเครื่องมือวิเคราะห์และจัดกลุ่มลูกค้ามาใช้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าอย่างเป็นระบบ สำหรับ ข้อมูลที่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน เช่น การส่งเสริมการขาย การนำเสนอสินค้าใหม่ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยระบบนี้ยังสนับสนุนการสร้างประสบการณ์เชิงบวก และเพิ่มอัตราการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า ทั้งนี้ PHC ได้มีการกำหนดเป้าหมายและวัดผลการดำเนินงานในทุกโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินที่ปรับให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ

แบบสำรวจประสบการณ์ลูกค้า

PHC ได้จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งแบบสำรวจครอบคลุมประเด็นด้านความพอใจต่อรสชาติ ปริมาณของอาหาร ราคา ความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลหรือช่องทางการสั่งสินค้า และความพึงพอใจในบริการ เป็นต้น ซึ่งจะดำเนินการสำรวจผ่านแบบสอบถามและทางช่องทางออนไลน์ และข้อความทางโทรศัพท์ (SMS) จากนั้น PHC นำผลการสำรวจความพึงพอใจมาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของปัญหาและจัดทำ แผนการแก้ไขปรับปรุงในแต่ละเดือน นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำหรับ Guest Experience Survey (GES) ในแต่ละปี เพื่อวัดประสิทธิผลความพึงพอใจของลูกค้าและประเมินผลการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ในปี 2567 ที่ผ่านมา PHC ได้มีเพิ่มประสิทธิภาพของการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ผ่านการยกระดับวิธีที่ใช้ในการประเมิน โดยใช้วิธี WIN Score Method ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานที่ร้อยละ 64 สำหรับการประเมิน Win Score Method เป็นการรวมคะแนนของการประเมิน 3 ส่วน ได้แก่

  • Guest Experience Survey (GES)
  • Food Aggregator rating ซึ่งเป็นการประเมินผ่านตัวกลางระหว่างบริษัทกับผู้บริโภค โดย PHC จะนำข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะเดลิเวอรี่มาใช้ในการประเมิน
  • Social rating

จากผลการดำเนินงานประเมิน Win Score Method ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับผลการประเมินที่ร้อยละ 81 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้น เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์และการให้บริการ PHC จึงได้ตั้งเป้าหมายเพื่อให้เกิดความท้าทายในการดำเนินงานในแต่ละปี โดยมีเป้าหมายดังนี้

ปี 2568 2569 2570 2571 2572
เป้าหมาย (ร้อยละ) 82 85 88 90 90

แผนการดำเนินงานในการพัฒนาความพึงพอใจลูกค้า

สำหรับปี 2567 บริษัทมีเป้าหมายในการให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความรวดเร็วในการให้บริการ (speed of service) เพื่อส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและสินค้ายังคงร้อนภายใน 30 นาที ซึ่งจากผลการดำเนินงานพบว่า บริษัทสามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ย 32.4 นาที

กระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียน
Customer complaint process
Customer complaint process

PHC ได้จัดเตรียมช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นต่อสินค้าและการให้บริการของบริษัทจากลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานของบริษัท โดยหากเกิดข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของร้าน ผู้จัดการร้านจะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ประเด็นข้อร้องเรียนหรือปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้น ทำการระบุสาเหตุของปัญหา สถานที่ที่เกิดข้อร้องเรียน จำนวนครั้งที่เกิดข้อร้องเรียน และสรุปประเด็นข้อร้องเรียน เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตต่อไป และทำการวัดผลการแก้ไขข้อร้องเรียน โดยจากการดำเนินงานในปี 2567 พบว่าไม่มีข้อร้องเรียนในด้านสุขภาพและความปลอดภัยจากการใช้บริการของร้านพิซซ่าฮัท

ช่องทางการร้องเรียนปัญหาที่พบ
  • Call Center : 1150
  • Website : www.pizzahut.co.th
  • Mobile Application : Pizza Hut Thailand
  • หน้าร้าน
  • Facebook: Pizza Hut

กิจกรรมและโครงการด้านการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน

การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสื่อสารและการจัดการข้อร้องเรียน

บริษัทมีการเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารภายในองค์กรในการรับข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของลูกค้า Home services (Call Center 1150) ในเดือนมีนาคม 2567 โดยมีการเพิ่มการติดตามข้อร้องเรียนของลูกค้า ที่ทำให้ทางหน้าร้านสามารถตรวจสอบข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีการเพิ่มช่องทาง LINE Official เพื่อแจ้งเหตุร้องเรียนจากลูกค้าที่จะได้รับการประสานงานจากผู้จัดการเขตและผู้จัดการร้านให้แก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ ภายใน 2 ชั่วโมง

ผลการดำเนินงานปี 2567

การบริหารความพึงพอใจของลูกค้า ร้อยละ
คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าในภาพรวม (Win score method) 81
การจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า กรณี
จำนวนกรณีร้องเรียนจากลูกค้าทั้งหมด 803
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิผู้บริโภค 0
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการบริการ 151
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับการให้บริการ 599
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน 0
จำนวนเหตุการณ์หรือกรณีร้องเรียนอื่น ๆ 53
จำนวนข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไข 803

สยาม ทาโก้ (Siam Taco: STC)

แนวทางการบริหารจัดการ

STC เล็งเห็นถึงความสามารถในการเป็นร้านอาหารสไตล์เม็กซิกันที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ด้วยการส่งมอบ สินค้าและการบริการที่ดี จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวอย่างยั่งยืนกับลูกค้า ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต และความสำเร็จของธุรกิจ STC ดำเนินการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า โดยให้ลูกค้าสามารถส่งแบบประเมินตามรายละเอียดในท้ายใบเสร็จโดยมีการสอบถามในหลายมิติ เช่น ความพึงพอใจของสินค้า บริการ ความสะอาด และมาตรการความปลอดภัยในสถานการณ์โควิด-19 เป็นต้น และมีการตั้งเป้าหมาย พร้อมกับการวัดผลการประเมินถึงความพอใจหลังการดำเนินงาน STC ได้มุ่งเน้นในการปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานด้านความรวดเร็วในการให้บริการ ให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้ทันตามความต้องการ และเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนเวียนของลูกค้าภายในร้านให้เร็วมากขึ้นเพื่อลดอัตราความแออัดภายในร้าน

ช่องทางการร้องเรียนปัญหาที่พบ

ผลการดำเนินงานปี 2567

จากการดำเนินงานในปี 2567 STC ไม่พบว่ามีข้อร้องเรียนจากการใช้บริการของร้านทาโก้ เบลล์อย่างมีนัยสำคัญ จากทุกช่องทางการรับเรื่อง อย่างไรก็ตาม STC ได้จัดเตรียมขั้นตอนการดำเนินการกรณีได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้า โดยหลังรับเรื่องร้องเรียน ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ดำเนินการติดต่อลูกค้าเพื่อสอบถามรายละเอียดปัญหาหรือข้อแนะนำด้านบริการที่ได้รับเพิ่มเติม พร้อมแจ้งขออภัยต่อเหตุการณ์และดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า ในกรณีนอกเหนือความรับผิดชอบจะดำเนินเรื่องแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาระดับถัดไปเพื่อหาแนวทางการแก้ไข โดยทุกเรื่องร้องเรียนจะถูกแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง และถูกบันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์มเพื่อหาแนวทางการแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ

ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (Unique Mining Services: UMS)

แนวทางการบริหารจัดการ

UMS จัดหาและตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมีหน่วยงานที่คอยให้คำปรึกษาและบริการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าทันทีที่ได้รับแจ้งด้วยการช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา พร้อมกับแนวทางในการแก้ไข นอกจากนี้ยังมีการพบปะ/เข้าเยี่ยมลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากลูกค้า ซึ่งเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทกับลูกค้า

บริษัทดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาและมีจรรยาบรรณธุรกิจ โดยการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รักษาความลับของลูกค้า ทั้งนี้กรรมการผู้จัดการของบริษัทจะรายงานความสัมพันธ์กับลูกค้าต่อคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (Asia Infrastructure Management: AIM)

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทมีการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าตามกลยุทธ์ในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจการตลาดที่มุ่งเน้น การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ให้เกิดเป็นแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุมกระบวนการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

การบริหารห่วงโซ่คุณค่า

การบริหารห่วงโซ่คุณค่า

SDGs8
SDGs9
SDGs12
SDGs16
SDGs17

การบริหารห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าและบริการขององค์กรมีคุณภาพ การบริหารจัดการคู่ค้าที่ดี จะช่วยสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนให้กลุ่มบริษัทสามารถส่งมอบสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารห่วงโซ่คุณค่า(3-3)

การบริหารห่วงโซ่คุณค่า เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัทเชื่อว่า กลยุทธ์การบริหารห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนจะส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างมั่นคง เนื่องจากจะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถคงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกลุ่มบริษัทกับคู่ค้าได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่คุณค่า ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านสังคม สิ่งแวดล้อม หรือบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงจะช่วยให้กลุ่มบริษัทได้รับการส่งมอบวัตถุดิบที่ดี ที่จะช่วยให้สินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทมีมาตรฐาน สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถส่งต่อประสบการณ์ที่ดีผ่านสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ต่อยอดความสนใจและความต้องการของลูกค้า สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยมุ่งเน้นการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ปราศจากการละเมิดกฎหมายและข้อบังคับ และปราศจากการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมกันนี้ TTA ได้มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยพัฒนาให้คู่ค้าของกลุ่มบริษัทได้มีความตระหนักถึงความสำคัญในการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้คู่ค้าได้ร่วมพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ผ่านการจัดทำจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ โดยจรรยาบรรณดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ

บริษัทฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการคู่ค้า โดยกำหนดให้มีจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) ที่มีการระบุถึงรายละเอียดและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรม รวมถึงมีแนวปฏิบัติด้านระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่กลุ่มบริษัทยึดถือในการดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน รวมถึงหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้า ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัท

จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจของ TTA ระบุหลักการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่กับบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยกลุ่มบริษัทกำหนดให้คู่ค้าทำการลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าสำหรับธุรกิจ รวมถึงทำการประเมินตนเองรายปีว่ามีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณหรือไม่ และดำเนินการตามแนวทางของจรรยาบรรณดังกล่าว รวมถึงกลุ่มบริษัทจะเข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตและการให้บริการตามความเหมาะสม รวมถึงกำหนดให้มีการตรวจสอบภายในสำหรับบริษัทในเครือ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคู่ค้าได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือข้อบังคับตามที่กำหนดของ กลุ่มบริษัท

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจได้ที่ https://www.thoresen.com/storage/download/corporate-documents/20220520-tta-supplier-coc-th.pdf

แนวทางการดำเนินงานตามจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ
  1. จัดซื้อจัดจ้างโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และการให้บริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทฯ
  2. จัดซื้อจัดจ้างโดยมุ่งเน้นด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ไม่เอาเปรียบคู่ค้า และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน เปิดเผย และปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคู่ค้า
  3. จัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการบริหารจัดการความเสี่ยงและการกำกับควบคุมภายในกิจการที่ดี
  4. จัดซื้อจัดจ้างและบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Environmental, Social, Governance & Economic: ESG) รวมถึงการกำกับดูแลคู่ค้าให้ดำเนินการตามจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน
แนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)
  1. เจ้าหน้าที่จัดซื้อต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. พิจารณาสินค้าและบริการที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  3. สนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวฯ
  4. พิจารณาผู้ขายและผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
  5. จัดทำขั้นตอนและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรมและให้ความเสมอภาค
การคัดเลือกคู่ค้าของบริษัทฯ

เมื่อมีความจำเป็นต้องมีการจัดหาสินค้าและบริการ เจ้าหน้าที่จัดซื้อทำการคัดเลือกคู่ค้าจากรายชื่อคู่ค้าที่ขึ้นทะเบียน (Approved Supplier List) ที่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกและดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. ให้ข้อมูลความต้องการจัดหาสินค้าและ/หรือบริการที่ถูกต้องชัดเจน เพียงพอ เป็นธรรมต่อคู่ค้าทุกรายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการจัดหาครั้งนั้น เพื่อให้โอกาสคู่ค้าที่มีคุณสมบัติได้นำเสนอสินค้าและ/หรือบริการอย่างเท่าเทียม
  2. การคัดเลือกขั้นแรกสำหรับคู่ค้ารายใหม่ยึดหลักการพิจารณา โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและ/หรือบริการ ราคาที่เหมาะสม รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่จำเป็น โดยคู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกขั้นแรกต้องจัดทำแบบประเมินตนเอง ซึ่งครอบคลุมด้านสินค้าและบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการจัดหาในขั้นตอนถัดไป
  3. เจ้าหน้าที่จัดซื้อพิจารณาแบบประเมินตนเองจากคู่ค้า ร่วมกับคุณภาพของสินค้าและ/หรือบริการ ราคา และข้อกำหนดอื่นๆ ที่จำเป็น
    • คะแนนมากกว่าร้อยละ 70 ถือว่าผ่านการประเมิน ให้รวบรวมผลนำเสนอให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ
    • คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 70 ถือว่าต้องผ่านกระบวนการพิจารณาเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่จัดซื้อแจ้งผลกับคู่ค้า และร่วมกันกำหนดแนวทางการป้องกันประเด็นที่อาจส่งผลกระทบด้านความยั่งยืนกับบริษัทฯ และประเมินผลในครั้งถัดมา
  4. คู่ค้าที่ผ่านการอนุมัติแล้วจะถูกกำหนดสถานะว่าเป็นคู่ค้าสำคัญ หรือคู่ค้ารอง โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้า
  5. หลังจากได้เข้าร่วมทะเบียนคู่ค้าแล้ว คู่ค้าเดิมจะต้องผ่านการประเมินประสิทธิภาพการทำงานรายปี (Yearly Performance Evaluation) ผ่านแบบประเมินคู่ค้าโดยบริษัทฯ เป็นผู้ประเมิน ร่วมกับแบบประเมินตนเองของคู่ค้าครอบคลุมด้านสินค้าและบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน อีกทั้งในระหว่างปี บริษัทฯ สามารถร้องเรียนและนำเสนอปัญหาที่เกิดจากการใช้งานหรือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจได้ โดยบริษัทฯ จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา และให้คำแนะนำประกอบกับวางแผนพัฒนาศักยภาพคู่ค้าร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องจากทุกหน่วยงานและคู่ค้าก่อนการประเมินอีกครั้ง
หลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้า

กลุ่มบริษัทกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มประเภทคู่ค้า ซึ่งทำให้กลุ่มบริษัทสามารถวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ ในการดำเนินงานด้านการจัดซื้ออย่างเป็นระบบ รวมถึงนำไปเป็นข้อมูลในการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มคู่ค้า ดังนี้

1. คู่ค้าสำคัญ (Critical Tier1 Supplier)

คู่ค้าที่มีมูลค่าสัญญาสูง คู่ค้าที่มียอดการใช้จ่ายสูง สินค้าทดแทนหายาก และอยู่ในกลุ่มของชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ ที่สำคัญต่อกระบวนการผลิต และมีความเสี่ยงสูงมากต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทหรือความเสี่ยงสูง โดยกลุ่มบริษัทกำหนดให้คู่ค้ากลุ่มนี้มีการประเมินผลการทำงานทุกปีผ่านแบบประเมินคู่ค้าโดยกลุ่มบริษัทเป็นผู้ประเมิน ร่วมกับแบบประเมินตนเองของคู่ค้า และ/หรือเยี่ยมชมพื้นที่การปฏิบัติงาน (Onsite audit) โดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ ครอบคลุมด้านสินค้าและบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

2. คู่ค้ารอง (Critical Non-Tier 1 Supplier)

คู่ค้าที่มียอดการใช้บริการปานกลางหรือมูลค่าสัญญาต่ำ และมีความเสี่ยงต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ของกลุ่มบริษัทอยู่ในระดับกลางหรือความเสี่ยงต่ำ กลุ่มบริษัทจะกำหนดให้มีการประเมินผลการทำงานเป็นประจำทุกปีผ่านแบบประเมินคู่ค้าโดยกลุ่มบริษัทเป็นผู้ประเมินร่วมกับแบบประเมินตนเองของคู่ค้าและการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบครอบคลุมด้านสินค้าและบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

การประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า

ปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารห่วงโซ่คุณค่า คือ การประเมินความเสี่ยง โดยเบื้องต้นกลุ่มบริษัทมีระบบจัดการความเสี่ยงของคู่ค้า ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่คุณค่า การตอบแบบประเมินคู่ค้าโดยกลุ่มบริษัทและแบบประเมินตนเองของคู่ค้า เพื่อระบุคู่ค้าที่มีความสำคัญในห่วงโซ่คุณค่า และเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นคู่ค้าของกลุ่มบริษัทโดยแต่ละประเด็นมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เช่น ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เป็นต้น
  2. ประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางเสียง การใช้น้ำและปล่อยน้ำเสีย การใช้พลังงาน และการจัดการของเสีย วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ที่มีสารพิษ เป็นต้น
  3. ประเด็นความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล เช่น การทุจริต การหลีกเลี่ยงภาษี การแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น
  4. ประเด็นความเสี่ยงด้านสังคม เช่น การจัดการด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น
ระยะเวลาเฉลี่ยของการชำระเงินให้แก่คู่ค้าในปี 2567
  • ระยะเวลาตามแนวปฏิบัติภายใน 30 วัน
  • ระยะเวลาเฉลี่ยเกิดขึ้นจริง 30 วัน

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ใส่ใจในการวางรากฐานแห่งความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า จึงได้มีการจัดทำจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้าของบริษัทฯ และของกลุ่มบริษัทปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมหรือความเสี่ยงด้านสังคม รวมถึงมีแนวทางในตรวจประเมินคู่ค้า อีกทั้งยังกำหนดให้คู่ค้าของกลุ่มบริษัททำการลงนามรับทราบจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ค้าจะยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับคู่ค้า เพื่อให้การดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กิจกรรมและโครงการด้านการบริหารห่วงโซ่คุณค่า

โครงการ แยกก่อนหย่อน

ในปี 2567 บริษัทฯ มีส่วนช่วยพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ด้วยการจัดอบรมในโครงการ แยกก่อนหย่อน ให้กับบริษัท สเตท เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาพนักงานรักษาความสะอาดในการทำความสะอาดบริเวณสำนักงานใหญ่ให้กับบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตามเจตนารมย์การดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ ปลูกจิตสำนึกให้พนักงานรักษาความสะอาด รู้จักประเภทขยะและมีพฤติกรรมการคัดแยกขยะเช่นเดียวกับพนักงานของบริษัทฯ และเพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไปในอนาคต ซึ่งความรู้ที่พนักงานรักษาความสะอาดได้จากการอบรมในครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานในการแยกขยะที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง และยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้กับสถานที่อื่นๆ ที่พนักงานรักษาความสะอาดไปปฏิบัติงานอีกด้วย

ผลการดำเนินงาน พนักงานรักษาความสะอาดเข้าร่วมอบรมร้อยละ 100 ของจำนวนพนักงานรักษาความสะอาดทั้งหมด หรือ 3 คน และมีผลการทดสอบก่อนและหลังการอบรม พบว่า ผ่านการทดสอบร้อยละ 100 และในปี 2567 มีการคัดแยกขยะอย่างถูกประเภทเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณขยะที่เข้าสู่กระบวนการฝังกลบน้อยลงร้อยละ 3.2 และปริมาณขยะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขวดพลาสติกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพิ่มขึ้น

TTA

นอกจากนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ สื่อสารจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าธุรกิจ ควบคู่กับนโยบายสิ่งแวดล้อมของ TTA ให้คู่ค้ารับทราบผ่านช่องทางอีเมล จำนวน 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 14 ของคู่ค้าทั้งหมด ทั้งนี้ในโครงการแยกก่อนหย่อนข้างต้น ได้มีการอบรมสื่อสารถึงนโยบายสิ่งแวดล้อมของ TTA ด้วยเช่นกัน

ผลการดำเนินงานปี 2567

จำนวนคู่ค้าทั้งหมด 83 ราย
ประเภทคู่ค้า ราย ร้อยละ
จำนวนคู่ค้ารายใหม่ 6 7.2
จำนวนคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1) 35 42.17
จำนวนคู่ค้ารอง (Critical Non-Tier 1) 48 57.83
การลงนามในจรรยาบรรณคู่ค้าของธุรกิจ ราย ร้อยละ
คู่ค้าที่ทำการลงนาม 6 7.2
การประเมินคู่ค้าด้านสิ่งแวดล้อม ราย ร้อยละ
จำนวนคู่ค้าใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม 6 7.2
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม 6 7.2
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ 0 0
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ และมีการปรับปรุงด้วยแนวทางที่เห็นชอบร่วมกับบริษัทฯ 0 0
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ และถูกยุติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอันเป็นผลจากการประเมินของบริษัทฯ 0 0
การประเมินคู่ค้าด้านสังคม ราย ร้อยละ
จำนวนคู่ค้าใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกด้วยเกณฑ์ด้านสังคม 6 7.2
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินผลกระทบด้านสังคม 6 7.2
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสังคมที่มีนัยสำคัญ 0 0
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสังคมที่มีนัยสำคัญ และมีการปรับปรุงด้วยแนวทางที่เห็นชอบร่วมกับบริษัทฯ 0 0
จำนวนคู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบด้านสังคมที่มีนัยสำคัญ และถูกยุติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอันเป็นผลจากการประเมินของบริษัทฯ 0 0
การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และเศรษฐกิจ (ESG) ราย ร้อยละ
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน 6 7.2
จำนวนคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงจากการประเมิน 0 0
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการ On-site ESG audit 0 0
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการจัดการความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบ 0 0
ระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้า วัน
ระยะเวลาตามแนวปฏิบัติ 30
ระยะเวลาเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริง 30
การละเมิดข้อกำหนดของคู่ค้าของบริษัทฯ กรณี
จำนวนกรณีละเมิด 0

โทรีเซน ชิปปิ้ง (Thoresen Shipping: TSS)

แนวทางการบริหารจัดการ

โทรีเซน ชิปปิ้งเชื่อว่าหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานคือการบริหารห่วงโซ่คุณค่าที่ดีและยั่งยืน ซึ่งบริษัทมุ่งเน้นการส่งเสริมความยั่งยืนและแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทาน โดยบริษัทมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจ การกำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติในการดำเนินงานกับคู่ค้า โดยยึดหลักความซื่อสัตย์ เป็นธรรม และโปร่งใส

TSS ได้ทำการกำหนดนโยบายการจัดซื้้อจัดจ้าง มุ่งเน้นในสินค้าหรือบริการที่ได้มาตรฐาน รวดเร็ว สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเป้าหมายของบริษัทฯ โดยการคัดเลือก และทำสัญญากับคู่ค้านั้น บริษัทมีเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลทางเรือ เพื่อประสิทธิภาพในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและทันต่อเวลา มีการผ่านกระบวนการพิจารณา ตรวจสอบที่จำเป็นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบนั้น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการที่บริษัทได้รับมีมาตรฐาน มีคุณภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีแนวทางการดำเนินการกับคู่ค้าที่ไม่ปฎิบัติตามข้อตกลง

โดยระยะเวลาสินเชื่อ การจ่ายเงินโดยปกติ บริษัทกำหนดไว้ คือ 30 วัน หลังจากการส่งมอบสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ ข้อตกลงกับคู่ค้าแต่ละราย

แนวทางการดูแลคู่ค้าของโทรีเซน ชิปปิ้ง
  • ดำเนินงานและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
  • การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อคู้ค้า ทั้งในด้านเงื่อนไข ข้อกำหนด และการชำระเงิน
  • ดำเนินธุรกิจด้วยความเคารพในสิทธิมนุษยชน เป็นธรรมและเท่าเทียม
กิจกรรมและโครงการด้านการบริหารห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทได้มีการทำแบบสำรวจคู่ค้า เพื่อให้ทราบถึงแนวทาง นโยบายและเป้าหมายของคู่ค้าว่าให้ความสำคัญในด้านการบริหารจัดการความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพและความปลอดภัย โดยจากการสำรวจคู่ค้าจำนวน 30 ราย มีคู่ค้าจำนวน 28 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 93 ที่มีการกำหนดนโยบาย เป้าหมายในการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนภายในองค์กร

พีเอช แคปปิตอล (PH Capital: PHC)

แนวทางการบริหารจัดการ

PHC ตระหนักว่าธุรกิจอาหารต้องเกี่ยวข้องกับคู่ค้าจำนวนมาก และเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า ทั้งด้านคุณภาพ ราคา และลดความเสี่ยงต้นทุนในห่วงโซ่คุณค่า การขาดแคลนวัตถุดิบ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจของคู่ค้า บริษัทจึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกลุ่มบริษัทกับคู่ค้าซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถได้รับการส่งมอบวัตถุดิบที่ดีและมีคุณภาพ โดยการดำเนินธุรกิจของ PHC ภายใต้เฟรนไชส์ของบริษัท ยัม แบรนด์ส อิงค์ ยึดมั่นในการบริหารความเสี่ยงภายในห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการกำหนดนโยบายและข้อกำหนดเกี่ยวกับคู่ค้าที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล ดังต่อไปนี้

  1. Quality System Audit คือ การตรวจสอบในเรื่องประสิทธิภาพการผลิตสินค้า และระบบการควบคุมคุณภาพ ของคู่ค้า
  2. Distribution Audit คือ การตรวจสอบในเรื่องคุณภาพของคลังสินค้า มาตรฐานในการจัดเก็บสินค้าว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของประเภทสินค้า การป้องกันการปนเปื้อนระหว่างสินค้าที่จัดเก็บ และการตรวจสอบในเรื่องคุณภาพ ของการขนส่งผลิตภัณฑ์ว่าขนส่งภายใต้ข้อกำหนดของสินค้านั้น เช่น เรื่องอุณหภูมิ ความสะอาดของรถ สุขอนามัยของพนักงานขนส่ง ขั้นตอนการจัดสินค้าขึ้นและลงจากรถขนส่ง เป็นต้น
  3. GFSI (Global Food Safety Initiative) Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับนานาชาติที่จัดทำขึ้น โดยวัตถุประสงค์ ในการสร้างมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยของอาหาร และสุขอนามัย ในกรณีที่คู่ค้ามีการจัดทำระบบมาตรฐานคุณภาพและได้รับผลการประเมิน GFSI ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของทาง PHC สามารถใช้เอกสารดังกล่าวแจ้งเพื่อยกเว้นการตรวจสอบตามมาตรฐานของ PHC ได้

เนื่องจากคุณภาพของสินค้าและความปลอดภัยในอาหารที่จะถูกส่งมอบไปยังลูกค้า มีจุดเริ่มต้นมาจากแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพ กระบวนการผลิตที่เป็นมาตรฐาน การจัดเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป รวมไปถึงการขนส่ง และการกระจายสินค้าไปยังร้านอย่างเป็นระบบ PHC จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติที่มุ่งเน้นการจัดซื้อจัดหาด้วยความสุจริตและโปร่งใส ตามข้อกำหนดของบริษัท ผ่านกระบวนการจัดหาการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในทุกปี PHC จะจัดกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ โดยพิจารณาจากลำดับความสำคัญตามความสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Critical Component Suppliers) ซึ่งส่งผลต่อความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ มีการดำเนินการตรวจสอบโรงงานและประเมินความเสี่ยงคู่ค้ารายสำคัญ และคู่ค้ารายใหม่ทุกราย โดยผู้ตรวจประเมินภายนอก รวมถึง PHC ยังมีการเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิตของคู่ค้าหลักประจำปี รวมถึงมีมาตรการการดำเนินงานกรณีคู่ค้าไม่ผ่านการตรวจประเมิน และแนวทางการฝึกอบรมประจำปีร่วมกับคู่ค้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรฐานในด้านความปลอดภัยของอาหาร ระบบคุณภาพ ความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัยของคลังสินค้า และการขนส่งผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าในการทบทวนธุรกิจกับคู่ค้ารายสำคัญทุกราย เพื่อศึกษาถึงแนวโน้ม และผลกระทบในประเด็นต่างๆ รวมถึงประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ PHC ยังส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจของบริษัท ยัม แบรนด์ส อิงค์ ที่มีการระบุถึงแนวทางการปฏิบัติทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยในปี 2567 บริษัทได้ดำเนินการสื่อสารจรรยาบรรณและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจไปยังคู่ค้ารายใหม่ทุกราย และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายผลไปยังคู่ค้าทุกกลุ่ม

ผลการดำเนินงานปี 2567
จำนวนคู่ค้าทั้งหมด 83
ประเภทคู่ค้า ราย ร้อยละ
จำนวนคู่ค้ารายใหม่ 22 18
จำนวนคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1) 11 9
จำนวนคู่ค้ารอง (Critical Non-Tier 1) 101 85
การลงนามในจรรยาบรรณคู่ค้าของธุรกิจ ราย ร้อยละ
คู่ค้าที่ทำการลงนาม (รวมทุกกลุ่ม) 28 24
ระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้า วัน
ระยะเวลาตามแนวปฏิบัติ 30
ระยะเวลาเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริง 45
การละเมิดข้อกำหนดของคู่ค้าของบริษัทฯ กรณี
จำนวนกรณีละเมิด 0

พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PM Thoresen Asia Holdings: PMTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

PMTA ยึดมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในห่วงโซ่คุณค่า Baconco ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักของ PMTA ถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอุตสาหกรรมเคมีเกษตรของเวียดนาม เครื่องหมายการค้า STORK ของ Baconco ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ Baconco คัดเลือกคู่ค้าจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ เพื่อนำเข้าวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงกว่าคู่ค้าท้องถิ่นในเวียดนามเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต Baconco ยังดำเนินแคมเปญการตลาดในประเทศด้วยการจัดการประชุมขนาดเล็ก สัมมนา และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกำหนดเป้าหมายลูกค้าประเภทต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น Baconco จัดการประชุมเล็กๆ กับเกษตรกรเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับการใช้เป็นหลัก และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Baconco และแนะนำผลิตภัณฑ์อื่นๆ กิจกรรมนี้ยังช่วยให้ Baconco ได้รับข้อมูลเชิงลึก ข้อเสนอแนะ และคำแนะนำจากลูกค้า

ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (Unique Mining Services: UMS)

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทมีกระบวนการจัดหา คัดเลือกและนำเข้าถ่านหิน โดยจะทำการสำรวจคุณภาพถ่านหินด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและมีความสามารถ เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพถ่านหินทั้งในด้านปริมาณคาร์บอน ความชื้น ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ รวมถึงสำรวจปริมาณถ่านหินสำรอง ซึ่งหากผลการตรวจสอบคุณสมบัติผ่านตามเกณฑ์พิจารณา บริษัทจึงจะทำการสั่งซื้อถ่านหินดังกล่าว นอกจากนี้ ในขั้นตอนการขนส่งในประเทศ บริษัทได้มีการกำหนดมาตรฐานในการขนส่ง โดยให้มีการคลุมถ่านหินในระหว่างขนส่งให้มิดชิด สำหรับการนำเข้าถ่านหินจากเหมืองต่างประเทศ บริษัทจะมีขั้นตอนต่างๆ ในการเลือกใช้ผู้ให้บริการขนส่งและลำเลียงที่มีความน่าเชื่อถือและมีมาตรฐานในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการนำเข้าถ่านหินจะผ่านขั้นตอนทางกฎหมายและพิธีการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง ในปี 2567 บริษัทมิได้มีการนำเข้าถ่านหินดังกล่าวจากเหมืองในต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทมีหน่วยงานที่คอยให้คำปรึกษาและบริการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อส่งมอบสินค้าให้ถึงลูกค้าอย่างดีที่สุด

เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (Asia Infrastructure Management: AIM)

แนวทางการบริหารจัดการ

ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท AIM มีแนวทางการคัดเลือกคู่ค้าอย่างเที่ยงธรรม ตรงตามมาตรฐานของระเบียบการประปาที่คำนึงถึงคุณภาพของการบริการ และให้ความสำคัญกับคู่ค้าที่มีนโยบายเช่นเดียวกับบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลักเพื่อการเติบโตและการพัฒนาร่วมกันในระยะยาว ดังนั้นบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าให้มีศักยภาพร่วมกับคู่ค้าทุกกลุ่มให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

SDGs9
SDGs16

ทรัพยากรทางด้านเทคโนโลยี จัดเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการป้องกัน และกำหนดระดับความปลอดภัยต่อการใช้ข้อมูล เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสีย และข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล(3-3)

การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และวิวัฒนาการด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น สามารถสร้างความเสี่ยงที่่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์ การเจาะระบบ การเรียกค่าไถ่ ข้อมูลของผู้ใช้งานในระบบถููกนำไปใช้หรือเผยแพร่โดยไม่ได้ความยินยอม สูญหาย หรือรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มบริษัทและข้อมูลส่วนบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการสร้างความปลอดภัยในกับข้อมูลส่วนบุคคล เป็นปัจจัยเสี่ยงขององค์กรที่กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญยิ่ง เพื่อลดระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและป้องกันผลกระทบทางลบต่อกลุ่มบริษัท ทั้งในรูปแบบของตัวเงินและรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ค่าปรับจากการถูกฟ้องร้อง ค่าเสียหายจากการถูกเรียกค่าไถ่หรือการขู่กรรโชก ผลกระทบทางลบต่อชื่อเสียง การสูญเสียรายได้หรือกำไร การสููญเสียฐานลููกค้าจากความเชื่่อมั่่นชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัท เป็นต้น โดยกลุ่มบริษัทมุ่งมั่นในการลงทุนในเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน การเพิ่มความตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ให้กับบุคลากรภายในองค์กร พร้อมทั้งเร่งให้มีการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

นโยบายการจัดการความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศและไซเบอร์

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ จึงให้ความสำคัญกับ การดูแลและปกป้องทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ โดยมีนโยบายการจัดการความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศและไซเบอร์เป็นกรอบสำหรับการดำเนินงานที่ผู้ใช้ทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นมาตรฐานในการปกป้ององค์กรและผู้ใช้งานที่ไม่เหมาะสมทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของบุคคลนั้น หรือกิจกรรมที่บุคคลนั้นมีต่อบริษัทฯ ประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บุคคลนั้นใช้บริการ ตามที่ได้แจ้งต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อน หรือ ขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายฉบับปัจจุบันซึ่งบริษัทได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงในปี 2567 เพื่อให้มีความสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐาน โดยบริษัทฯ ได้เปิดเผยไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ( https://www.thoresen.com/th/corporate-governance/corporate-policy-documents)

สำหรับสาระสำคัญของนโยบายฉบับนี้ครอบคลุมการจัดทำระเบียบการควบคุมและการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้การใช้งานทรัพยากรสารสนเทศ และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ใช้ อันทำให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการสำรองข้อมูลที่เหมาะสม และเป็นไปตามมาตรฐาน Backup and Recovery Best Practice ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดขอบเขต สื่อบันทึกข้อมูล ความถี่ในการสำรองข้อมูลและเชื่อมต่อข้อมูลไปยังพื้นที่ต่างๆ และเนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นให้มีการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยให้ครอบคลุมถึงการระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และการควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ รวมถึงจัดให้มีแผนการบริหารจัดการและบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเหมาะสม ทั้งนี้การประเมินความเสี่ยง และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง สามารถศึกษาได้จากหัวข้อ ปัจจัยความเสี่ยง ในแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2567

นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ มีนโยบายความเป็นส่วนตัวซึ่งเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ใช้บังคับในประเทศไทย เพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยมีสาระสำคัญในการเก็บรวบรวม และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทฯ โดยแบ่งประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

Management Plan

ช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน

กลุ่มบริษัทได้จัดเตรียมช่องทางสำหรับข้อสงสัยหรือการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และในกรณีที่มี ข้อร้องเรียนสามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน)

26/26-27 อาคารอรกานต์ ชั้น 8 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์โทรศัพท์: 02-250-0569 ถึง 74

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

26/26-27 อาคารอรกานต์ ชั้น 8 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์โทรศัพท์: 02-250-0569 ถึง 74

อีเมล: dpotta@thoresen.com

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทฯ กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับธรรมาภิบาลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นวัตกรรม และการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับมาตรฐานและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง พิจารณานโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการบรรเทาความเสี่ยงทางไซเบอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศโดยบูรณาการเข้ากับการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่การระบุุความเสี่ยง หรือโอกาสในการดำเนินธุุรกิจ การประเมินและจัดลำดับความสำคัญ การกำหนดมาตรการจัดการ การติดตามและรายงาน และการทบทวนนโยบายการจัดการความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศและไซเบอร์เป็นประจำทุกปีเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ทั้งนี้ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลและบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร รวมถึงการตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคาม และการบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความปลอดภัยและทันสมัย

กิจกรรมและโครงการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลแก่พนักงาน

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้บริหาร และพนักงานในหัวข้อ PDPA Awareness Training 2567 ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 จำนวน 41 คน ในรูปแบบออนไลน์ มีเนื้อหาโดยรวมเกี่ยวกับประเภทข้อมูลส่วนบุคคล ภาพรวมของกฎหมาย และกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรากฎหมาย PDPA โดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท แร็กน่าร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้บรรยาย

การเตรียมความพร้อมการขอรับรองมาตรฐาน ISO 27001

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการขอรับรองมาตรฐาน ISO 27001 ของบริษัทฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ และปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ อย่างปลอดภัย ในการนี้ บริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมในรูปแบบต่างๆ ได้แก่

  • การปรับปรุงนโยบายการจัดการความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศและไซเบอร์
  • การดำเนินการทดสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Assessment) เพื่อประเมินความเสี่ยงและจุดอ่อนที่อาจจะมีในระบบ
การสื่อสารเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัทฯ มีการสื่อสารเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับพนักงานผ่านทาง pop-up screen และระบบ Portal ภายในของบริษัทฯ เพื่อให้พนักงานสามารถศึกษาได้ตลอดเวลา

การทดสอบการโจมตี Phishing Email

บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการการทดสอบการโจมตี Phishing Email ในปี 2566 เป็นต้นมา เพื่อให้พนักงานเตรียมรับมือและตอบสนองกับเหตุการณ์ภัยคุกคามต่างๆ เมื่อได้รับอีเมลหลอกลวง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยอีเมลหลอกลวงได้ นอกจากนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างความตระหนักถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับอีเมลหลอกลวงได้

icon-project-goal

เป้าหมายของโครงการ

ไม่มีพนักงานที่ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลวงลอกในการทดสอบนี้ ภายใน 2 ปีนับตั้งแต่เริ่มโครงการ

icon-implementation-period

ระยะเวลาการดำเนินงาน

เริ่มต้นในปี 2566 และทำการทดสอบซ้ำ โดยเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี จนกว่าจะไม่มีพนักงานที่ตกเป็นเหยื่อ

ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ดำเนินการทดสอบการโจมตีกับพนักงานจำนวน 126 คน มีผู้ที่ผ่านการทดสอบจำนวน 116 คน และไม่ผ่านการทดสอบ (ตกเป็นเหยื่อ) จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 92.06 และ 7.94 ตามลำดับ โดยผู้มีที่ไม่ผ่านการทดสอบ และผ่านการเรียนหลักสูตร Email Phishing จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบ

อย่างไรก็ตาม การทดสอบในปี 2567 พบว่า มีผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบ (ตกเป็นเหยื่อ) ลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 40 บริษัทฯ วางแผนที่จะทดสอบการโจมตี Phishing Email ด้วยความถี่ 1 ครั้งต่อ 2 เดือนในรูปแบบอีเมลที่หลากหลาย

ผลการดำเนินงานปี 2567(418-1)
ข้อมูล ผลการดำเนินงานปี 2567
ร้อยละของผู้ที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  กรรมการ ร้อยละ 100
  ผู้บริหาร ร้อยละ 100
  พนักงาน ร้อยละ 71.43
ข้อร้องเรียนและเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลรั่วไหล
ข้อร้องเรียนและเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลรั่วไหล 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากภายนอก 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากหน่วยงานกำกับดูแล 0 กรณี
จำนวนเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์ 0 ครั้ง
จำนวนเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล 0 ครั้ง
ผลการทดสอบโครงการการทดสอบการโจมตี Phishing Email
ผู้เข้าร่วมการทดสอบ 126 คน
ผู้ที่ผ่านการทดสอบ 116 คน
ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบ (ตกเป็นเหยื่อ) 10 คน
ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบ และผ่านการเรียนหลักสูตร Email Phishing 10 คน

โทรีเซน ชิปปิ้ง (Thoresen Shipping: TSS)

แนวทางการบริหารจัดการ

โทรีเซน ชิปปิ้ง ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากในปัจจุบันการใช้งานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อการทำงานทั้งระบบ โดยบริษัทมุ่งเน้นให้เกิดการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในส่วนของพนักงานประจำเรือและพนักงานประจำสำนักงาน ให้มีการใช้งานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับนโยบายทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และพระราชบัญญัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น มั่นคง และยั่งยืน

เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองส่วนบุคคล โทรีเซน ชิปปิ้ง มีการใช้นโยบายความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศและไซเบอร์และนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยเป็นฉบับเดียวกับ TTA เพื่อเป็นกรอบในการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ บริษัทมีแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดูแลเรื่องความปลอดภัยสารสนเทศของบริษัท รวมถึงการพัฒนาระบบ และเป็นหน่วยงานกลางในการติดต่อประสานงาน ทำงานร่วมกันกับผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการต่างๆ ของบริษัทฯ

ช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน

บริษัทได้จัดเตรียมช่องทางสำหรับข้อสงสัย การสอบถาม ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีช่องทางดังต่อไปนี้

บริษัท โทรีเซน ชิปปิ้ง สิงคโปร์ พีทีอี จำกัด

สถานที่ติดต่อ: 127เอ ถนน TELOK AYER, ประเทศสิงคโปร์ (068596)

เบอร์โทรศัพท์: +65 6578-7000

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่ติดต่อ: 127เอ ถนน TELOK AYER, ประเทศสิงคโปร์ (068596)

เบอร์โทรศัพท์: +65 6578-7000

อีเมล: dposhipping@thoresen.com

กิจกรรมและโครงการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
การทบทวนความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์

ในปี 2567 บริษัทฯ มีการทบทวนในเรื่องความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของนโยบาย การกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมแนว ปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยสื่อสารให้กับพนักงานประจำสำนักงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ email, application Blink เพื่อให้เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกภาคส่วนได้เข้าใจ เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยฝ่ายสื่อสารองค์กรของโทรีเซน ชิปปิ้ง ได้มีการจัดส่งระเบียบความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจให้แก่พนักงานของบริษัทให้รับทราบโดยทั่วกัน โดยจากการดำเนินงานดังกล่าวนั้นมีพนักงานร้อยละ 71.43 ได้รับการสื่อสารเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์

ผลการดำเนินงานปี 2567
ข้อมูล ผลการดำเนินงานปี 2567
ร้อยละของผู้ที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  ผู้บริหาร ร้อยละ 100
  พนักงาน ร้อยละ 71.43
ข้อร้องเรียนและเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลรั่วไหล
ข้อร้องเรียนด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและการทำข้อมูลลูกค้าสูญหาย 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากภายนอก 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากหน่วยงานกำกับดูแล 0 กรณี
จำนวนเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์ 0 ครั้ง
จำนวนเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล 0 ครั้ง

พีเอช แคปปิตอล (PH Capital: PHC)

แนวทางการบริหารจัดการ

PHC ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาความปลอดภัยทาง ไซเบอร์และสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า โดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด ในการนี้ บริษัทมีคู่มือการบริหารจัดการระบบความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศเพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศของบริษัท และสื่อสารนโยบายและมาตรการด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้ผู้มีส่วนได้เสียภายในและภายนอกองค์กรอย่างทั่วถึง เพื่อคุ้มครองส่วนบุคคลของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ อย่างเคร่งครัด

ช่องทางการร้องเรียนปัญหาที่พบ
  • Call Center : 1150
  • Website : www.pizzahut.co.th
  • Mobile Application : Pizza Hut Thailand

บริษัทได้มอบหมายให้ หัวหน้าแผนก IT เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลระบบความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การพัฒนามาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Contingency plan) เพื่อบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ และเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดจากการล้มเหลวหรือเสียหายรุนแรงของระบบสารสนเทศ พร้อมทั้งสามารถกู้คืนระบบได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม กรณีลูกค้ามีปัญหา สามารถร้องเรียนผ่านช่องทางของพิชซ่า ฮัทได้ทุกช่องทาง

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

PHC มีการดูแลความปลอดภัยของระบบสารสนเทศโดยใช้ระบบ AWS Cloud ที่เป็นมาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล พร้อมกับใช้ระบบป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย Web Application Firewall (WAF Security) ซึ่งจะมีการคุ้มครองข้อมูลต่างๆ ของบริษัท รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานปี 2567(418-1)
ข้อมูล ผลการดำเนินงานปี 2567
ร้อยละของผู้ที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  กรรมการ -
  ผู้บริหาร -
  พนักงาน -
ข้อร้องเรียนและเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลรั่วไหล
ข้อร้องเรียนด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้าและการทำข้อมูลลูกค้าสูญหาย 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากภายนอก 0 กรณี
  ข้อร้องเรียนจากหน่วยงานกำกับดูแล 0 กรณี
จำนวนเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์ 0 ครั้ง
จำนวนเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล 0 ครั้ง

เมอร์เมด มาริไทม์ (Mermaid Maritime: MML)

การรับรอง ISO 27001:2022 มาตรฐานระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

เมอร์เมดได้ผ่านการรับรอง ISO 27001:2022 มาตรฐานระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เพื่อแสดงถึงการให้ความสำคัญกับการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ปกป้อง และป้องกันภัยคุกคามและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงจากการละเมิดด้านข้อมูล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยระบบมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ

mermaid-maritime-mml

พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PM Thoresen Asia Holdings: PMTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

PMTA ยึดมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในห่วงโซ่คุณค่า Baconco ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักของ PMTA ถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอุตสาหกรรมเคมีเกษตรของเวียดนาม เครื่องหมายการค้า STORK ของ Baconco ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ Baconco คัดเลือกคู่ค้าจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ เพื่อนำเข้าวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงกว่าคู่ค้าท้องถิ่นในเวียดนามเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต Baconco ยังดำเนินแคมเปญการตลาดในประเทศด้วยการจัดการประชุมขนาดเล็ก สัมมนา และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกำหนดเป้าหมายลูกค้าประเภทต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น Baconco จัดการประชุมเล็กๆ กับเกษตรกรเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับการใช้เป็นหลัก และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Baconco และแนะนำผลิตภัณฑ์อื่นๆ กิจกรรมนี้ยังช่วยให้ Baconco ได้รับข้อมูลเชิงลึก ข้อเสนอแนะ และคำแนะนำจากลูกค้า

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

SDGs2
SDGs05
SDGs07
SDGs08
SDGs09
SDGs12

กลุ่มบริษัทมุ่งคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการทางธุรกิจไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบสนองต่อกระแสของโลกที่เปลี่ยนแปลง

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม(3-3)

นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคต่างก็มีความคาดหวังในการพัฒนาของสินค้าหรือบริการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทตระหนักดีถึงความสำคัญนี้ของนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรในทุก ๆ กลุ่มธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น และเพื่อให้สามารถปรับตัวเท่าทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ

ด้วยค่านิยมขององค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการนำเอาความคิดหรือแนวทางใหม่ๆ มาพัฒนาและปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม และพัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญต่อการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมหรือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงพัฒนาการทำงาน หรือผลิตภัณฑ์และการบริการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงมีการพัฒนากลยุทธ์ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาธุรกิจของกลุ่มบริษัท เพื่อให้นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมานั้นสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันไปตามแต่ประเภทและลูกค้าของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับทั้งนวัตกรรมกระบวนการและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ สามารถตอบสนองไม่เพียงแต่ความต้องการของลูกค้าเท่านั้น แต่เพื่อให้สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นด้วย ทั้งหมดนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า รวมถึงเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัทให้กับนักลงทุนผ่านความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน

นโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม

กลุ่มบริษัทสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร และผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรม โดยกำหนดให้มีนโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการสรรสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าต่อธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเชิงบวกให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงตระหนักต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมการพัฒนาแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร ครอบคลุมทั้งนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต กระบวนการทำงาน การบริการ และการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ โดยกลุ่มบริษัทเชื่อว่า การให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมประเภทต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ นโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม ได้ถูกประกาศใช้งานในวันที่ 2 กันยายน ปี 2567 ที่ผ่านมา มีขอบเขตครอบคลุม TTA และบริษัทย่อยทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี้

แนวปฏิบัติ
  • กำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และนโยบายด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรมให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของบริษัทฯ
  • กำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคน มีหน้าที่สนับสนุน ผลักดัน และปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายด้าน การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
  • มุ่งมั่นพัฒนาระบบการจัดการนวัตกรรมเพื่อกลุ่มบริษัท สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีกรอบแนวทาง การบริหารจัดการนวัตกรรมที่ชัดเจน อีกทั้งมีการกำหนดโครงสร้างผู้รับผิดชอบในระดับองค์กร และกำหนดบทบาท หน้าที่ และกระบวนการปฏิบัติงาน เพื่อรับผิดชอบและทำให้มั่นใจได้ว่า วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และนโยบายด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรมจะบรรลุความสำเร็จตามที่ได้กำหนดไว้
  • จัดให้มีการสนับสนุนงบประมาณ และทรัพยากรอื่นๆ เพื่อจัดการนวัตกรรมที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • จัดให้มีกระบวนการและแนวความคิดอย่างเป็นระบบในการรวบรวมและประเมินแนวคิดใหม่ๆ รวมทั้ง การส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดแนวความคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง
  • จัดให้มีกระบวนการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ได้แก่ 1) การค้นหาแนวคิดใหม่ๆ 2) การประเมิน ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ 3) การพัฒนาแนวคิดเป็นโครงการ 4) การทดสอบผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการ 5) การเตรียมดำเนินการเชิงพาณิชย์ การเตรียมกระบวนการผลิต กระบวนการทำงานใหม่เพื่อใช้งานจริง 6) การนำผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการผลิต และกระบวนการทำงานใหม่ไปใช้งานจริง
  • กำหนดให้มีการประเมินประสิทธิผลของกระบวนการทำงาน รวมถึงการติดตามผล และรายงานผล การดำเนินการต่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะได้นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ ที่สร้างมูลค่าต่อธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้เสีย
การเสริมสร้างบรรยากาศสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม
  • การสร้างบรรยากาศ การมีส่วนร่วม ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานเสนอความคิดสร้างสรรค์
  • การยอมรับความเสี่ยงอย่างมีเหตุผล กล้าเผชิญต่อความล้มเหลว
  • ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก
  • ให้ความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ทดลองประดิษฐ์ คิดค้น การศึกษาดูงาน การเข้าชมนิทรรศการ การเผยแพร่ผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
  • เชิดชูนวัตกรรมหรือทีมงานที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่และนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับกลุ่มบริษัท และ ผู้ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบที่เหมาะสม
  • ส่งเสริมการขยายผลงานนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ เพื่อต่อยอดให้เกิดการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานทั่วทั้งกลุ่มบริษัท
  • ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้มีความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการริเริ่มสร้างสรรค์ และสร้างแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรม

โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (Thoresen Thai Agencies: TTA)

แนวทางการบริหารจัดการ

TTA ดำเนินการจัดทำนโยบายการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานด้านนวัตกรรมทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร ที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการ รวมถึงกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินการของแต่ละบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โทรีเซน ชิปปิ้ง (Thoresen Shipping: TSS)

แนวทางการบริหารจัดการ

โทรีเซน ชิปปิ้ง มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อให้กองเรือของโทรีเซน มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงสุด และสามารถลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยโทรีเซน ชิปปิ้งยึดมั่นวิสัยทัศน์ นโยบาย และแนวปฏิบัติของกลุ่มบริษัท สำหรับหน่วยงานที่ดูแลด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำมาใช้พัฒนาคุณภาพกองเรือในการให้บริการของบริษัทฯ คือแผนกการบริหารจัดการด้านเทคนิค ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกันกับแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กิจกรรมและโครงการด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความเร็วเรือ

บริษัทฯ ได้มีการดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความเร็วเรือ บริเวณเพลาใบจักรเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเรือให้สามารถแล่นได้เร็วขึ้นในขณะที่ใช้รอบเครื่องจักรเท่าเดิมซึ่งช่วยประหยัดพลังงานจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินเรือ โดยอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ได้แก่ Mewis duct, Swirl fin, MT Fast, Rudder bulb with fins, PSV, PSS, HEP เป็นต้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถเพื่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ การขับเคลื่อนเรือ ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยรักษาสภาพใบจักรเรือให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องยนต์เรือ จากการลดการใช้เชื้อเพลิงได้อีกด้วย

พีเอช แคปปิตอล (PH Capital: PHC)

กิจกรรมและโครงการด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
โครงการ Lead 6th by CPN

บริษัทได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Lead 6th by CPN” ที่จัดขึ้นโดยบริษัท CPN มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้กับ SME ที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีเป้าหมายที่จะฝึกฝนพัฒนาพนักงานในหัวข้อการพัฒนาสินค้าและการทำงานระหว่าง SME กับ Pizza Hut โดยมุ่งเน้นในการนำจุดแข็งมาต่อยอด เพื่อสร้างเป็นสินค้าใหม่ (New Product Development) ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ทั้งนี้ ในกิจกรรมดังกล่าว เป็นการให้ความรู้ในด้านต่างๆ ได้แก่ ความรู้ทางด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำพิซซ่า ส่งผลให้ SME จำนวน 39 ราย ได้รับองค์ความรู้ต่างๆ นอกจากนี้ ในกิจกรรมยังมีการจัดกลุ่ม เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ โดยประเมินผลจาก 3 สินค้าใหม่ เพื่อนำมาศึกษาและประเมินความเป็นไปได้ในการนำมาขายจริงในร้านพิซซ่าฮัท

ph-capital-phc
การปรับปรุงนวัตกรรมวัตถุดิบ Frozen Dough

PHC มีการพัฒนาปรับปรุงนวัตกรรมวัตถุดิบโดยใช้ Frozen Dough ของบริษัท ยัม แบรนด์ อิงค์ ซึ่งได้คิดค้นนวัตกรรม Frozen Dough ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ใหม่ที่เป็นแป้งสไตล์อิตาเลี่ยน ช่วยให้ได้สินค้าที่มีความคงที่ ลดเวลาการทำงานของร้านในการเตรียมแป้ง รวมถึงลดขยะอาหารกรณีที่ทางร้านมียอดขายสินค้าน้อย

ผลการดำเนินงานปี 2567
ประโยชน์เชิงปริมาณจากการพัฒนานวัตกรรม บาท
ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรม 436,783

Smart Project

เป็นโครงการเพื่อให้พนักงานสามารถแสดงความคิด และนวัตกรรมต่างๆ ในการพัฒนา ปรับปรุง วิธีการ หรือลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการทำงานของตนเอง จากนั้นบริษัทจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ตอบสนองให้ทันท่วงที เพื่อพัฒนาให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นในบริษัท อันจะเป็นผลดีทั้งกับบริษัทและพนักงาน

สยาม ทาโก้ (Siam Taco: STC)

กิจกรรมและโครงการด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
โครงการ Upcycling ตู้คอนเทนเนอร์

ทาโก้ เบลล์ ฉลองสาขาใหม่ด้วยโมเดลตู้คอนเทนเนอร์เป็นครั้งแรกที่ปั๊ม บางจาก สาขารามอินทรา กม. 6.5 ร้านทาโก้ เบลล์ สาขาปั๊มบางจาก รามอินทรา กม. 6.5 เปิดใหม่ด้วยนวัตกรรมการ upcycling ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้แล้ว ผ่านการคัดเลือกคุณภาพอย่างเหมาะสม ถูกนำมาสร้างเป็นส่วนประกอบหลักของร้านทาโก้ เบลล์เป็นสาขาแรก ถือเป็นนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ในเชิงต้นทุน ระยะเวลาในการก่อสร้าง ทั้งนี้ การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทำให้เกิดขยะและของเสียน้อยกว่าการก่อสร้างในรูปแบบเดิม รวมถึงเมื่อต้องการเปลี่ยนสถานที่ตั้งร้าน ก็สามารถทำได้สะดวก รวดเร็ว และคงเหลือปริมาณขยะและของเสียที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานที่ตั้งร้านน้อยลง นอกจากนี้โมเดลการใช้ตู้คอนเทนเนอร์นี้ ทำให้ STC สามารถสร้างร้านในพื้นที่ที่จำกัดได้ ก่อให้เกิดการจ้างงานกับบุคคลในบริเวณสาขารามอินทรา และก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนใกล้เคียง

siam-taco-stc
การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

SDGs8
SDGs13

การบริหารความเสี่ยงและการจัดการภาวะวิกฤตที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการสร้างความต่อเนื่องกับการดำเนินธุรกิจ โดยการเตรียมความพร้อมและรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนได้อย่างทันท่วงที

การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต (2-12, 3-3)

การบริหารความเสี่ยงและการจัดการภาวะวิกฤตเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกและภายในองค์กร อาทิ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กฎหมายที่เปลี่ยนแปลง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือความเสี่ยงด้านความยั่งยืนต่างๆ เป็นต้น กลุ่มบริษัทจึงมุ่งมั่นในการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสร้างความความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ตลอดจนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ควบคู่ไปกับการสร้างคุุณค่าและความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

นโยบายการบริหารความเสี่ยง

นโยบายการบริหารความเสี่ยงเป็นกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยอ้างอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมตามแนวทางของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ได้กำหนดแนวทางโดยรวมของการจัดการระบบบรรษัทภิบาลและการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทฯ มีศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและลดภัยคุกคามไปด้วยในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญของกลุ่มบริษัท ประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ด้านปฏิบัติการ ด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย และด้านการทุจริตคอร์รัปชัน การบริหารความเสี่ยงเริ่มจากการระบุความเสี่ยงที่สำคัญ (Key risk) ระบุปัจจัยเสี่ยง ประเมินโอกาสเกิดและผลกระทบ และหามาตรการเพื่อบริหารความเสี่ยง จากนั้นจะติดตามระดับความเสี่ยง (Risk exposure) ความคืบหน้าของมาตรการ และผลของดัชนีวัดประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยง (Key Risk Indicator: KRI) ในแต่ละแผนบริหารความเสี่ยง (Mitigation Plan) กับหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง (Risk owner) และผู้เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้มั่นใจว่าระดับของความเสี่ยงที่องค์กรตั้งใจจะรับไว้ไม่เกินค่าที่กำหนด และหากจำเป็น บริษัทฯ จะรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้โดยการใช้แผนการบรรเทาความเสียหาย ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายความรับผิดชอบ ได้ทุ่มเทความใส่ใจและทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการนำแผนงานการบริหารความเสี่ยงมาใช้งานอย่างเหมาะสมภายในกลุ่มบริษัท โดยมีการทบทวนและหารือปัญหาความเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงโดยละเอียด

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทมีกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (TTA Enterprise Risk Management Framework - TTA ERM) ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมตามแนวทางของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) สำหรับการกำหนดแนวทางโดยรวมของการจัดการระบบบรรษัทภิบาลและการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยได้กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวม และดำเนินงานเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง (Risk owner) และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในการทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงในภาพรวมขององค์กรและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีแผนกบริหารความเสี่ยง เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการทำงานและประสานงานด้านความเสี่ยงขององค์กร

กระบวนการประเมินความเสี่ยง

กลุ่มบริษัทได้มีการประเมินความเสี่ยงเป็นไปตามกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร โดยบริษัทได้มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) Risk matrix และ Key Risk Indicator (KRIs)

กระบวนการบริหารจัดการภาวะวิกฤตของกลุ่มบริษัท
20240417-tta-crisis-incident-th
แผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP)

บริษัทฯ จัดทำแผนการจัดการภาวะวิกฤตเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคระบาด อาทิ โรค COVID-19

การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤตในปี 2567

ประเด็นความเสี่ยงและแนวทางการบริหารความเสี่ยงในแต่ละหัวข้อของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก หัวข้อปัจจัยความเสี่ยง ในแบบ 56-1 One Report

ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืน หรือความเสี่ยงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเงินของปี 2567 และแนวทางการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ อาทิ

  • ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเกิดภัยพิบัติ และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
  • ชุมชนสัมพันธ์และความรับผิดชอบทางสังคม
  • การทุจริตคอร์รัปชัน
  • การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
กิจกรรมและโครงการด้านการบริหารความเสี่ยงและจัดการภาวะวิกฤต
การเสริมสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงองค์กร (Risk Culture)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักให้แก่พนักงานต่อหลักการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนพร้อมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปี 2567 บริษัทฯ นำการบริหารความเสี่ยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งในค่านิยมองค์กร ตัว C : Commitment การยึดมั่นในพันธะ โดยเพิ่มรายละเอียดหัวข้อการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) สร้างเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร นอกจากนี้บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงผ่านการเล่นเกมส์ชิงรางวัลในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัดอบรมพนักงานปรจะปี ซึ่งมีการทบทวนความรู้ในเรื่องความเสี่ยงควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการทดสอบความเข้าใจผ่านการทำแบบทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรมทบทวนความรู้

การจัดกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักด้านความเสี่ยงของพนักงาน

กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมร่วมเล่นเกมชิงรางวัลผ่านทางอีเมลภายใน ในหัวข้อ Risk Awareness Quiz เป็นการตอบคำถาม 10 คำถาม เกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจพื้นฐานของความเสี่ยง โดยมีตัวเลือก 1-4 และมีตัวเลือกที่ถูกต้องเพียง 1 ตัวเลือก เพื่อเป็นในวันที่ 27 กันยายน 2567 มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 16 คน และทุกคนสามารถตอบคำถามได้เกินร้อยละ 50 บริษัทฯ จึงทำการสุ่มรางวัลหาผู้โชคดี และแจกรางวัลตามที่กำหนดไว้

ผลการดำเนินงานปี 2567
ข้อมูล 2567
จำนวนการซ้อมเหตุฉุกเฉินและภาวะวิกฤต และกรณีการหยุดชะงักทางธุรกิจ
จำนวนการซ้อมสถานการณ์จำลองเหตุฉุกเฉินและภาวะวิกฤต 1 ครั้ง
จำนวนกรณีหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ 0 ครั้ง
จำนวนบุคลากรที่ได้รับการอบรมเรื่องการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน จำนวน (คน) ร้อยละ
กรรมการ 4 33.33
ผู้บริหารระดับสูง 8 100
พนักงาน 90 71.43
ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่ประเมินได้ในปี 2567
management-result-sustainable-risk