สารจากประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
เรียน ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน
ผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจเชิงกลยุทธ์หลัก
กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ:
โทรีเซน ชิปปิ้ง ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและแข่งขันในตลาดขนส่งสินค้าแห้งเทกองระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยรายงานกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 1,375.6 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปรับพอร์ตสินทรัพย์ผ่านการจำหน่ายเรือประเภท Supramax อายุ 24 ปี ลดจำนวนกองเรือเหลือ 23 ลำ และยกระดับภาพรวมของกองเรือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่น บริษัทได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองระดับโลก จากรายงาน Vessel Index Report 2024 โดย Lienguard & Roschmenn และเป็นบริษัทเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 (2561-2567) สะท้อนความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานและความสามารถในการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัฏจักรอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทเป็นเจ้าของเรือจำนวน 23 ลำ (Supramax 21 ลำ และ Ultramax 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ย 56,228 เดทเวทตัน (DWT) และมีอายุเฉลี่ยกองเรือ 16.9 ปี
กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง:
บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) หรือ เมอร์เมดมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยรายงานกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 198.5 ล้านบาท พร้อมมูลค่าสัญญารอส่งมอบ (Order Book) สูงถึง 725.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เมอร์เมดดำเนินโครงการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมขนาดใหญ่ในประเทศไทยแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ พร้อมต่อยอดโอกาสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เมอร์เมดยังได้รับสัญญาใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลเหนือ และแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา ครอบคลุมทั้งงานระยะสั้นและระยะยาวต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2579
กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร:
บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PMTA มีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ โดยรายงานกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 101.7 ล้านบาท พร้อมก้าวสู่ การพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกขั้นเมื่อโรงงานบาคองโคสามารถดำเนินงานในช่วงเวลากลางวันด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ได้ถึงร้อยละ 90 สะท้อนความมุ่งมั่นของ TTA ในการขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน PMTA ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศเวียดนามมีความพึงพอใจสูงสุด จากผลสำรวจของ CI Research ซึ่งระบุว่าได้รับการตอบรับเชิงบวกร้อยละ 100 ต่อผลิตภัณฑ์และบริการ และมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 4.7 จาก 5 คะแนน ตอกย้ำคุณภาพสินค้าและความเป็นเลิศด้านการให้บริการของบริษัทอย่างชัดเจน
กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:
ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความก้าวหน้าที่สำคัญของ Pizza Hut โดยบริษัทสามารถขยายสาขาได้กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 214 สาขา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดประเทศไทย ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของ “นาโปลีพิซซ่า” ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ซึ่งมียอดขายสะสมมากกว่า 2.4 ล้านชิ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ บริษัทยังได้เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ภายใต้แนวคิด “FEED GOOD TIMES” เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า สร้างความผูกพันกับผู้บริโภค และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน
ทาโก้ เบลล์ ได้ขยายสาขาเพิ่มเป็น 45 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและศักยภาพของแบรนด์ในตลาดประเทศไทย ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านแพลตฟอร์มเกมและดนตรี เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ที่สดใหม่ เปี่ยมพลัง และสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน
TTA ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลกและมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ควบคู่กับการคัดสรรโอกาสทางธุรกิจที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีความสามารถในการทำกำไร อาทิ ธุรกิจพลังงานชีวมวล ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจ ฟินเทค ทั้งนี้ TTA ดำเนินกลยุทธ์การลงทุนด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบการบริหาร ความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและสร้างฐานรายได้ใหม่อย่างสมดุล อันจะช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเพิ่มคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นได้
การกำกับดูแลกิจการที่ดี:
TTA สามารถรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ซึ่งจัดโดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนถึงโครงสร้างการบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม พร้อมกันนี้ TTA ยังได้รับคะแนนระดับ “ดีเลิศ” จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Quality Assessment) ประจำปี 2568 ของ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้น การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนถูกต้อง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างเหมาะสม
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและความรับผิดชอบ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายตลอดปีที่ผ่านมา ความร่วมมือ ความมุ่งมั่น และการทำงานเป็นทีมของทุกคนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและให้ความไว้วางใจ TTA มาโดยตลอด TTA ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและมั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น บนพื้นฐานของความแข็งแกร่งทางธุรกิจและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน พร้อมเดินหน้าต่อยอดโอกาสใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มั่นคง
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
ประธานกรรมการ
นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร