การประเมินประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท (2-14,3-1)

เพื่่อตอบสนองต่อความท้าทายสำคัญซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่กลุ่มบริษัทต้องเผชิญ กลุ่มบริษัทจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนที่กลุ่มบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียของกลุ่มบริษัทให้ความสนใจ หรือมีความคาดหวังให้เกิดการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น เพื่่อให้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดเป้าหมายและกลยุุทธ์ รวมถึงติดตามและรายงานผลการดำเนินงานในแต่ละประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยกลุ่มบริษัทได้จัดทำการประเมินเพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท โดยพิจารณาให้สอดคล้องตามกลยุทธ์ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (GRI: Global Reporting Initiative) เพื่อสะท้อนประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ของกลุ่มบริษัท และอิทธิพลต่อการประเมินและตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และมีรายละเอียดการประเมินทั้งหมด 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. การระบุประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน
2. การจัดลำดับประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน
กลุ่มบริษัทพิจารณาผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ ความสำคัญ ความคาดหวัง และความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงจากมาตรฐาน ข้อกำหนด และแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนระดับสากล รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มและประเด็นสำคัญที่บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและการดำเนินการด้านความยั่งยืนขององค์กรตลอดห่วงโซ่คุณค่า กลุ่มบริษัทประเมินลำดับความสำคัญของประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการระบุประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานการรายงานสากล (GRI: Global Reporting Initiative) โดยพิจารณาจากทั้ง 2 มุมมอง ได้แก่ 1) โอกาสและผลกระทบต่อการสร้างคุณค่าของกลุ่มบริษัท และ 2) ระดับความสนใจ มุมมอง ผลกระทบ และความสำคัญที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ต่อประเด็นเหล่านี้ โดยกลุ่มบริษัทได้ดำเนินการวิเคราะห์ทั้ง 2 มุมมองผ่านแบบสอบถามออนไลน์จาก ผู้มีส่วนได้เสีย 9 กลุ่ม เพื่อนำผลที่ได้มาจัดลำดับความสำคัญของประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน
3. การตรวจสอบประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน
4. การทบทวนประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน
หลังจากผ่านการประเมินลำดับความสำคัญของประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนแล้ว ประเด็นดังกล่าวจะถูกนำเสนอแก่คณะทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้รับทราบและตรวจสอบความสอดคล้องกับเป้าหมาย และกลยุทธ์ของบริษัทฯ จากนั้นจึงนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติและ/หรือทบทวนประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนต่อกลุ่มบริษัท และดำเนินการเปิดเผยในแบบ 56-1 One Report หรือรายงานความยั่งยืนต่อไป กลุ่มบริษัทติดตามการบริหารจัดการประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน และเปิดเผยผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการดำเนินงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดทั้งองค์กร และให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการรายงาน และนำเสนอต่อคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาทบทวน และปรับปรุงประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนต่อกลุ่มบริษัท ให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทในอนาคต

ประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Matrix) (2-25), (3-3)

กลุ่มบริษัทได้จัดกลุ่มประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน 14 ประเด็น ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ เพื่่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท และการพัฒนาแนวทางการจัดการความยั่งยืนอย่างครอบคลุม จากนั้นจึงจัดลำดับความสำคัญของประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน โดยได้ผลลัพธ์เป็นระดับความสำคัญของแต่ละประเด็น ดังนี้

มิติสิ่งแวดล้อม
มิติสังคม มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
  1. ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  2. การบริหารจัดการน้ำ
  3. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  4. การบริหารจัดการของเสีย
  1. การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
  2. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  3. การพัฒนาทุนมนุษย์
  4. การตรวจสอบสิทธิมนุษยชน
  1. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณพ์และบริการ
  2. การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน
  3. การบริหารห่วงโซ่คุณค่า
  4. ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  5. การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
  6. การบริหารความเสี่ยงและภาวะวิกฤต

จากการประเมินประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท ผลการประเมินถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการกำหนด ทิศทางกลยุทธ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทในปี 2568 เพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทสอดคล้องกับประเด็นสำคัญดังกล่าว นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้จัดทำสรุปผลการดำเนินงานตามแต่ละประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำแบบ 56-1 One Report และรายงานความยั่งยืนของบริษัทฯ ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนช่วยให้เกิดกระบวนการทบทวนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท

หลักเกณฑ์และขอบเขตการรายงาน (2-2,2-3)

ในการรายงานฉบับนี้ มีขอบเขตการเก็บข้อมูลในวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวมครอบคลุมข้อมูลของกลุ่มบริษัท เชื่อมโยงการดำเนินงานเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations’ Sustainable Development Goals) หรือ SDGs รวมถึงอ้างอิงแนวทางการรายงานให้มีความสอดคล้องตามดัชนีชี้วัดของมาตรฐาน GRI

ทั้งนี้ เพื่อให้เนื้อหาของรายงานมีความครบถ้วนและสมบูรณ์ สามารถสร้างคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของกลุ่มบริษัท เนื้อหาทั้งหมดผ่านการตรวจสอบและการให้คำแนะนำพร้อมทั้งให้ความเห็นชอบต่อข้อมูลสำคัญที่ถูกเปิดเผยจากผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัท อย่างไรก็ตาม ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็น ข้อสงสัย หรือคำแนะนำเพิ่มเติม โดยบริษัทฯ จะรวบรวมและนำความคิดเห็นดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาและยกระดับการเปิดเผยข้อมูล การดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไป

ช่องทางการสื่อสาร

แผนกฝ่ายเลขานุการบริษัท

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 26/26-27 อาคารอรกานต์ ชั้น 7 ซอยชิดลม
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : +66 (0) 2250-0569
อีเมล: COR@thoresen.com